สุดยอดวาทะกรรมแห่งปี 2553

            ขอขอบคุณ  คุณพงษ์พัฒน์  วชิรบรรจง  ที่กรุณาเอ่ยคำนี้ออกมา โดนใจจริง  ๆ


พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
บ้านของผมหลังใหญ่นะฮะ ใหญ่มาก
เราอยู่กันหลายคน ผมเกิดมาบ้านหลังนี้ก็สวยงามมากแล้ว
สวยงามและอบอุ่น
แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้นะครับ
บรรพบุรุษของพ่อ
เสียเหงื่อ เสียเลือด
เอาชีวิตเข้าแลก
กว่าจะได้บ้านหลังนี้ขึ้นมา
จนมาถึงวันนี้
พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน
และก็ดูแลความสุขของทุกๆ คนในบ้าน
ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้
ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้
แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ
เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน
ผมจะเดินไปบอกคนๆ นั้นว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว
จงออกไปจากที่นี่ซะ
เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ
เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ
ผมรักในหลวงครับ
และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้
รักในหลวงเหมือนกัน
พวกเราสีเดียวกันครับ
ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
งานประกาศผลรางวัลนาฏราช
ถ่ายทอดทางไทยทีวีสีช่อง 3
วันที่ 16 พฤษภาคม 2553

จับประเทศเป็นตัวประกัน

              ในพ.ศ.นี้ใคร ๆ ก็คิดจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน โดยคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ แต่ก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้


              ครั้งแรกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ้างเหตุการบริหารงานของอดีตนายกทักษิณเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ บวกกับมีกลุ่มสหภาพรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วยจึงทำให้การยึดประเทศไทยเป็นตัวประกันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ครั้งนั้น จบลงด้วยการปฏิวัติของทหารโดยอ้างเหตุกลัวการปะทะของมวลชนในการยึดอำนาจจากรัฐ และบริหารงานลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาด้วยรัฐบาลรักษาการจนมีการเลือกตั้งใหม่

               ในการเลือกตั้งใหม่พรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งผมมองว่าเป็นความชอบธรรมและเป็นตามระบบประชาธิปไตย โดยมีท่านสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี โดยฝ่ายตรงข้ามก็อ้างความเป็นตัวแทนของอดีตนายกทักษิณของท่านมาเป็นเหตุให้ท่านต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยข้อกำหนดของกฎหมายในขณะนั้น

                ต่อมาท่านนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งก็มีข้อหานอมินีเหมือนกัน เนื่องจากท่านเป็นน้องเขยของอดีตนายกทักษิณ จนกระทั่งมีการแยกตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลของกลุ่มเนวิน ทำให้พรรคพลังประชาชนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

                และแล้วทหารโดยท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้มาเป็นคนกลางในการจัดตั้งรัฐบาลทำให้ได้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่านปช.ออกมายื่นข้อเรียกร้องอะไรต่าง ๆ มากมายจนจำแทบไม่ได้ เนื่องจากเรียกร้องไปได้เรื่อย ๆ

                 ตอนแรกเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วัน แต่รัฐไม่ยอม ก็ยืดไปอีก 30 วัน รัฐไม่ยอมอีก ก็ยืดไปอีก 3 เดือน แต่พอรัฐยอม ก็ยื่นเงื่อนไขอื่นอีกให้ท่านสุเทพ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงไปมอบตัวกองปราบ แต่ท่านสุเทพก็ไม่มอบตัวกับ DSI ทำให้นปช.ไม่ยอม ยึดประเทศเป็นตัวประกันต่อไป โดยการยึดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์เป็นที่ฝังศพตัวเอง

                  แกนนำประกาศสู้ตายอยู่ตรงนั้น แต่ยังไม่ตายซะที เพราะคนที่ตายคือคนที่แกนนำใช้ให้ตายแทนตัว

                  ต้องถือว่าเป็นกรรมของพวกที่ตายแทนแกนนำ ขอให้ท่านได้ไปแสดงกิจกรรมของท่านต่อในอเวจี หรือสวรรค์แล้วแต่กรณี

                    ส่วนแกนนำที่ยังอยู่ในประเทศ และที่หนีไปต่างประเทศแล้วขอให้มีความสุข

ประวัติเสธ.แดง




            ข่าวการลอบยิงเสธ.แดง เมื่อคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 53 เวลา 20.00 น. สร้างความตื่นตระหนกให้ผมไม่น้อย  ต้องคอยติดตามข่าวความคืบหน้าของการรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ตลอด  เนื่องจากผมเองชอบอุปนิสัยของเสธ.ท่านนี้เป็นการส่วนตัว แม้จะไม่เคยพูดคุย หรือเคยพบปะตัวตนจริง  ๆของเสธ.แดง แต่ก็ติดตามข่าวคราบมาตลอด  แม้ว่าบางแนวคิดของเสธ.แดงผมอาจจะไม่เห็นด้วยอยู่บ้างก็เป็นธรรมดาของคนที่คิดต่างกัน แต่ก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายหรือทำลายด้วยวิธีการต่าง ๆ

            ประวัติส่วนตัว พล.ต. ขัตติยะ เป็นชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2494 เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ ร.อ.สนิท สวัสดิผล และนางสอิ้ง สวัสดิผล จากจำนวนพี่น้อง 4 คนซึ่งเป็นหญิง 3 คนและชาย 1 คน

             จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนศรีวิกรม์ การศึกษาด้านการทหาร จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 22 และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 63

             เรียนต่อปริญญาตรี คุรุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปี 2528 ปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปี 2539

              ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำเร็จการศึกษาปี 2545
              ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จการศึกษาปี 2547
              ปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ UNIVERSITY OF NORTHERN PHILIPPINES สำเร็จการศึกษาปี 2551

               เข้ารับราชการครั้งแรกในกองพันทหารราบที่ 4 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และเติบโตมาในสายทหารม้า เคยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2543

                เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในช่วงปี 2529 เป็นนายทหารติดตามของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเคยเป็นนายทหารคนสนิทของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

                สมรสกับ นาวาเอก (พิเศษ) หญิง จันทรา สวัสดิผล (เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง) มีบุตรสาวด้วยกันทั้งหมด 1 คน ชื่อ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล (ชื่อเล่น: เดียร์) ปัจจุบันทำงานเป็นทนายความในสำนักกฎหมายเอกชน

ปัจจุบัน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล มีเว็บไซต์ของตนเอง ที่วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันอย่างดุเดือด โดยบุคคลที่ชื่นชอบจะเรียกชื่อ พล.ต.ขัตติยะ อย่างเคารพว่า "อาแดง"  ซึ่ง ณ วันนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวโดนปิดไปแว้วโดยกระทรวง ICT แต่ถ้าใครสนใจมีประวัติบางส่วนอยู่ที่ wikipedia ขัตติยะ สวัสดิผล

วิธีใช้หนี้พ่อแม่:ฉบับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน


            1. จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก


           2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

           3. ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษฯ

           4. ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อนคือ ถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ฯ

           5. บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังดำน้ำไม่โผล่ ฯ

ท่านยกตัวอย่าง (เรื่องจริงนะจ๊ะ)

             ตัวอย่างที่ 1 บ้านหนึ่งพ่อมีเมีย ๔ คน เมียหลวงบอกลูกว่าพ่อเจ้าไม่ดี ลูกก็ไปด่าพ่อว่าพ่อ แล้วมาบวชวัดนี้ บวชแล้วเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ จนจะกลายเป็นโรคประสาท นี่แหละบวชก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อก็ให้ไปถอนคำพูด และขอสมาลาโทษกับพ่อเขาก่อน แล้วกลับมานั่งกรรมฐานจึงได้ผล (กรณีนี้ หลวงพ่อจะเตือนผู้เป็นลูกบ่อยๆไม่ให้ว่าพ่อ) แต่ให้เป็นเรื่องของแม่ที่จะแก้ปัญหานี้ ซึ่งหลวงพ่อสอนไว้แล้ว

              ตัวอย่างที่ 2 เมื่อเร็วๆนี้ลูกฆ่าพ่อตาย แม่สงสารพามาเจริญกรรมฐานพอเข้าวัดมันร้อนไปหมด ปวดหัวเข้าไม่ได้นี่เวรกรรมตามสนอง ปิตุฆาต มาตุฆาต ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ทำกรรมฐานไม่ได้แน่นอน ต้องหันรถกลับ นี่เรื่องจริงในวัดนี้ ฯ

             6. คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อเถียงแม่เอาดีไม่ได้…….. คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรม ฯขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆน้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่าโทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพี่คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือรดเท้า ฯ

              นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้…ให้… ให้….ฯลฯ ) เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้น ฯ


หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณ


นั่นคือหนี้บุญคุณของบิดา มารดา


            ตัวอย่างที่ 3 "หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง" เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจจุบันเป็นดอกเตอร์อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียวจำได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อแม่ว่า ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอ ด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง... พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วงสร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมด

            7. ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบครัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไรต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้าโฮเต็ล

             8. ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นมงคลนาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะชื่อเป็นเพียงนามสมมุติแทนตัวเรา อย่างหลวงพ่อชื่อจรัญ ปู่ตั้งให้ หมอดูบอกเป็นกาลกิณี แต่ทำไมเจริญรุ่งเรือง ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าทำดีได้ดี

             9. ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์ มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา......... พ่อแม่ให้อะไรเอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มา ก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้าง ฯ

             10. ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย คนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้นหรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอกสอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อน กุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่างเรียนจบครู สวดมนตร์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัครหลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วันผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้ว
 
ที่มา : Forward Mail

การคำนวณอายุงานใน Microsof Access

            บางทีจะหาวิธีการคำนวณแต่ละทีช่างยุ่งยากเสียจริงทั้ง ๆ ที่ก็เคยใช้อยู่เลยเอามาบันทึกช่วยจำไว้ในนี้เสียเลยจะได้ไม่ต้องไปค้นให้ยุ่งยาก

            Function ที่ใช้ : Int(DateDiff("m", [BirthDate], Now()) / 12) & " ปี " & (DateDiff("m", [BirthDate], Now()) Mod 12) & " เดือน"

             BirthDate คือ ฟิลด์วันเกิดที่เราใส่เข้าไปนั่นเอง
             จากFunction นี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น อายุ.......ปี ....... เดือน


             อีก Function หนึ่งที่เคยใช้คือ DateDiff ("yyyy",[Birthday],Now())  ให้ผลลัพธ์ไม่น่าประทับใจเท่าไรเนื่องจากคำนวณไม่ตรงกับความเป็นจริง เราบอกว่า ให้เอาคนเกิดวันที่ 23-02-2516 มาคำนวณอายุ วันที่ปัจจุบัน 10-03-2553  ได้เท่ากับเท่าไร พี่ท่านตอบว่า  36 ปี  .........งง  ก็เลยใช้ Function แรกมาตลอด