วิชาแก้กรรม

 


ลมร้อนพัดโชยมาพอให้ยอดมะพร้าวไหวไหว 

แสงจันทร์วันเพ็ญนวลอาบไปทั่วลานวัด

ป่านิ่งสงบเสียจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงม 

หลังจบภารกิจทำวัตรเย็น 

หลวงตา ขยับนั่งพิงพนักไม้แกะสลักอย่างสบายอารมณ์ 

ส่วน เณรเคน ก็นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ข้างๆ 

ท่าทางพร้อมจะรับฟัง "ธรรมะนอกตำรา" 

ที่หลวงตามักจะมีมาสมนาคุณอยู่เสมอ

"เณร... เคยได้ยินเรื่อง 'วิชาแก้กรรม' 

ที่เขากำลังฮิตกันไหม?" หลวงตาเปรยขึ้น 

ทำเอาเณรเคนหูผึ่ง

"แก้ได้จริงเหรอครับหลวงตา? 

ผมเห็นในข่าวเขาวิ่งรอกเข้าหาพิธีพวกนี้อย่างกับหาเลขเด็ด" 

เณรถามด้วยความสงสัย

หลวงตาหัวเราะหึๆ ในลำคอ 

ก่อนจะเริ่มร่ายยาวด้วยสำนวนชวนนึกภาพตาม...

"เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ วัดแห่งหนึ่ง

ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากความเจริญนัก 

ถนนสายเล็กๆ หน้าวัดที่เคยเงียบเหงา 

กลับแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์หลากยี่ห้อ 

ตั้งแต่รถยุโรปป้ายแดงยันรถกระบะเก่าคร่ำคร่า 

ฝุ่นตลบอบอวลราวกับมีงานวัดประจำปี 

แต่เป้าหมายของทุกคนไม่ได้อยู่ที่ชิงช้าสวรรค์หรือโรตีสายไหม 

หากแต่มุ่งหน้าสู่ศาลาการเปรียญ

ที่มีป้ายไวนิลขนาดมหึมาประกาศหรา... 

'พิธีแก้กรรม – รับรองผลทันตาเห็น'

ในศาลานั้น อากาศร้อนระอุพอๆ กับความเร่าร้อนในใจคน 

มีโยมสีกาสาวคนหนึ่ง แต่งตัวภูมิฐาน 

ชุดสูทแบรนด์เนมดูแพงระยับพอๆ กับใบหน้าที่อมทุกข์ 

หล่อนเพิ่งถูกเลิกจ้าง มาจากบริษัทข้ามชาติ

แทนที่จะไปกรมแรงงาน หล่อนกลับเลือกมาพึ่ง 

'วิศวกรรมทางวิญญาณ' 

เพราะปักใจเชื่อว่าโดนเจ้ากรรมนายเวรเขย่าขาเก้าอี้

อีกมุมหนึ่ง 

มีตาแก่ท่าทางซื่อๆ 

แบกถุงข้าวสารหนักอึ้งจนหลังแอ่น 

แกหวังจะเอามาแก้กรรมให้ลูกชาย

ที่ไปกินข้าวแดงอยู่ในเรือนจำ 

แกเชื่อว่าถ้าถวายข้าวสารนี้ให้นักบวชไปสวดล้างอาถรรพ์ 

โซ่ตรวนที่ขาลูกชายจะหลุดออกได้เองโดยไม่ต้องพึ่งทนาย

ทันใดนั้น 

นักบวชรูปหนึ่งก็ก้าวออกมา 

สุ้มเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังผ่านไมค์ไร้สายยี่ห้อดี 

เสียงแกกังวานราวกับโฆษกสินค้าหน้าห้างฯ 

'วันนี้... ใครหนี้ท่วมหัว ยกมือขึ้น! 

ใครผัวทิ้งเมียหนี ยกมือขึ้น! 

ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลุกไม่ไหว ยกมือขึ้น!'

สิ้นคำประกาศ เสียง 'สาธุ' 

ก็ดังกระหึ่มศาลา ราวกับการขานรับในคอนเสิร์ตวงร็อกชื่อดัง

พิธีเริ่มขึ้นด้วยความอลังการ 

ควันธูปคลุ้งจนตาแฉะ แต่ไฮไลท์จริงๆ 

อยู่ที่ 'เมนูบุญ' ที่จัดวางไว้อย่างเป็นระบบ 

แก้กรรมหนี้สินเริ่มต้นที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาท...

แก้กรรมรักร้าวต้องสองพัน... 

แต่ถ้าอยากสุขภาพดีถ้วนหน้า

จัดไปที่สองพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาท... 

ราคานี้รวมค่าสวดและเครื่องมงคลเรียบร้อย ไม่มีชาร์จเพิ่ม!

แม่สาวชุดสูทยื่นบัตรเครดิตทองระยิบให้เจ้าหน้าที่อย่างไม่ลังเล 

หล่อนคงนึกว่าการ 'รูด' ครั้งนี้คือการ 'ล้าง' บัญชีหนี้กรรม 

ส่วนตาแก่ก็ยกถุงข้าวสารขึ้นเหนือหัว 

น้ำตาไหลพรากด้วยความศรัทธา 

โดยหารู้ไม่ว่าพอตกเย็น 

ข้าวอาถรรพ์ถุงนั้นอาจจะถูกขนขึ้นรถกระบะ

ไปส่งขายต่อที่ตลาดท้ายซอยในราคาประหยัด

เมื่อพิธีจบลง 

นักบวชท่านกล่าวสรุปทิ้งท้ายด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้ง...

'โยมเอ๋ย... กรรมใดๆ ในโลกนี้แก้ได้ไม่ยาก 

ขอเพียงมีศรัทธาที่แรงกล้า... 

และมีกำลังทรัพย์ที่ถึงพอ!'

เสียงปรบมือชื่นชมดังลั่นราวกับได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในชีวิต..."

หลวงตาหยุดเล่าพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ

เณรเคนนั่งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า 

"แล้วสรุปมันจบแค่นั้นเหรอครับหลวงตา?"

หลวงตาขยิบตาข้างหนึ่งแล้วตอบว่า...

"ขณะที่ผู้คนเดินยิ้มกริ่มออกจากศาลา 

เด็กวัดตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่งที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ข้างรั้ว 

ก็กระซิบกับเพื่อนขำๆ ว่า... 

'ถ้าแก้กรรมด้วยแบงก์พันได้จริงๆ 

ป่านนี้เมืองเราคงไม่มีคนจน คนเจ็บ 

หรือคนติดคุกเหลืออยู่แล้วล่ะพี่... 

สงสัยพวกนั้นคงลืมพกกระเป๋าสตางค์มาวัดมั้ง!'"

ลมร้อนพัดมาอีกวูบหนึ่ง 

คราวนี้เณรเคนเริ่มรู้สึกว่า 

อากาศคืนนี้... มันเย็นขึ้นมาแปลกๆ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น