บ่ายวันนั้น อากาศในกรุงเทพฯ ร้อนตับแลบ
ร้อนเสียจนยางมะตอยบนถนนแทบจะละลายกลายเป็นตังเม
แต่ในห้องทำงานติดแอร์เย็นฉ่ำของ ทนายเคน
บรรยากาศกลับหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ
ของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
แกชื่อ นายสมชาย (นามสมมุติเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่เบื้องหลัง)
เนื้อตัวยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของโกดังสินค้า
และกลิ่นหนังพีวีซีเกรดต่ำ มือแกสั่นพั่บ ๆ ราวกับคนจับไข้หัวลม
"ผมไม่ได้ตั้งใจโกงจริง ๆ ครับทนาย"
สมชายคราง เสียงอ่อยเหมือนลูกหมาตกน้ำ
"ผมก็แค่... รับฝากสินค้าจากมิตรสหายท่านหนึ่ง
แกบอกว่าเป็นแบรนด์ดังระดับโลก ปารีส มิลาน
อะไรนี่แหละ ไอตรีมอะไรนั่นน่ะ... แอร์เมส... หลุยส์... วิตตอง"
ทนายเคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์มานักต่อนัก
พลิกดูรายงานบันทึกการจับกุม
ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสายตาเรียบเฉย
แฟ้มรายงานระบุชัดเจนว่า
ในโกดังของสมชายมีกระเป๋า รองเท้า
และนาฬิกาหรูวางเรียงรายเป็นภูเขาเลากา
โลโก้น่ะใช่... แต่ฝีเข็มเย็บเบี้ยวเหมือนคนเย็บตาบอดสี
แถมตัวอักษรบางใบยังพิมพ์ตกจาก
'CHANEL' กลายเป็น 'CHAMEL' เสียอีก!
"มิตรสหายท่านนั้นของยู คงจะลืมส่งเอกสารรับรองมาด้วยสินะ"
ทนายเคนเปรยขึ้นพลางเคาะนิ้วกับโต๊ะ
"และเดาว่าคงลืมจ่ายภาษีนำเข้าด้วย"
"โธ่ ทนายครับ ของพวกนี้ในตลาดมืดกับบนออนไลน์
เขาขายกันเทน้ำเทท่า ใคร ๆ เขาก็รู้ว่ามัน
'ของแท้เกรดเอเอบวกบวก' ทั้งนั้น" สมชายแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
ทนายเคนถอนหายใจยาว
พลิกหน้าประมวลกฎหมายที่ท่องจนขึ้นใจขึ้นมาดู
แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก
"สมชายเอ๋ย...
ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าน่ะ
การผลิต จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้า
ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่น
โทษมันไม่ใช่แค่ปรับห้าสิบบาทร้อยบาทนะยู
จำคุกไม่เกินสี่ปี ปรับไม่เกินสี่แสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
แถมเจ้าของแบรนด์ตัวจริงที่ปารีส
เขายังส่งทนายมาฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง
จนยูแทบจะต้องขายกางเกงในชดใช้เลยทีเดียว"
ได้ยินคำว่า 'คุกสี่ปี' หน้าของสมชายที่เดิมทีก็ซีดอยู่แล้ว
บัดนี้กลายเป็นสีเดียวกับกระดาษเอสี่ในมือทนายเคน
แกแทบจะทรุดลงไปกราบเท้า
"แล้ว... แล้วไม่มีทางเลี่ยงบาลีเลยหรือครับทนาย?
ทางการเขาจะเห็นใจคนทำมาหากินสุจริต (แบบแอบ ๆ) บ้างไม่ได้หรือ?"
ทนายเคนขยับแว่นตา
มองหน้าลูกความด้วยความสมเพช
ระคนเอ็นดูตามสไตล์ทนายผู้เจนโลก
"ทางออกน่ะพอมี...
แต่ยูต้องสลัดคราบ
'พ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ในหมู่โจร' ออกไปเสียก่อน
ถ้าเปลี่ยนใจมาให้การเป็นประโยชน์
เปิดเผยว่าไอ้ 'มิตรสหาย' ที่ส่งของมาให้ยูคือใคร
เครือข่ายอยู่ที่ไหน โรงงานนรกอยู่ที่ใด
ศาลท่านอาจจะเห็นใจ ลดโทษจากหนักให้เป็นเบา
หรืออาจจะรอลงอาญาได้ แต่ถ้ายังปากแข็ง...
ไอแนะนำให้ยูเตรียมหัดกินข้าวแดงรอไว้ได้เลย"
สมชายน้ำตาคลอเบ้า
นึกถึงอนาคตที่ต้องไปนอนเบียดกับ
ผู้ต้องหาคนอื่นในห้องขังอันอบอ้าว
"ผม... ผมคิดผิดจริงๆ ครับทนาย
ความโลภมันบังตา เห็นเขาบอกว่ากำไรดี เงินมาเร็ว"
ทนายเคนปิดแฟ้มคดีดัง 'ฉับ'
เสบียงความรู้กฎหมายถูกพ่นออกมาเป็นบทสรุปส่งท้าย
"ก็นั่นแหละนะ ความโลภและการไม่อยากลงทุนแรงงานตัวเอง
แต่นิยมชุบมือเปิบจากมันสมองคนอื่น
สุดท้ายมันก็ทำลายระบบเศรษฐกิจ
ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค...
ยูรู้ไหม กระเป๋าปลอมของยูใบหนึ่ง
อาจจะทำให้ช่างฝีมือที่ฝรั่งเศสต้องตกงานไปครึ่งคนเลยนะ"
ทนายเคนพูดทีเล่นทีจริงตามนิสัยชอบเหน็บแนม
สมชายเดินคอตกออกจากห้องทำงานของทนายไป
พร้อมกับสัจธรรมบทใหม่ที่ต้องแลกมาด้วยอิสรภาพที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เสียงพัดลมระบายอากาศในสำนักงานกฎหมายยังคงหมุนวนไปเรื่อย ๆ
เหมือนจะตอกย้ำความจริงที่ว่า
ในโลกของการค้า... 'ความจริง' และ 'คุณภาพ'
อาจจะสร้างความร่ำรวยได้ช้า แต่ที่แน่ ๆ
มันไม่เคยพาใครไปนอนกินข้าวแดงในคุก!
ลุงเคน