เงินออมประกันสังคม

ทุกคนที่มีประกันสังคม จะมีเงินออมโดยไม่ไม่รู้ตัว เดือนละ 450 (รวมเงินสมทบจากนายจ้างเป็น 900) สามารถเข้าไปเช็คข้อมูลได้จากเวบไซด์
เรียน ทุกท่านที่ทำประกันสังคม ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่ http://www.sso.go.th/enquiry <http://www.sso.go.th/enquiry> (ต้องเข้าไปลงทะเบียนก่อนถึงจะเช็คได้)
วิธีการ เพียงใส่เลขที่บัตรประชาชน วัน เดือน พ.ศ.เกิด และกรอกช่องที่มี * กด Submit ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว ผลประโยชน์ของเราอย่ามองข้าม เงินออม เล็ก ๆ น้อย ๆจากประกันสังคมที่ท่านไม่ควรลืม เช่น ทุกเดือนบริษัทจะหักเงิน 5% ของ 15,000.- ( เงินเดือนขั้นสูงสุด)= 750บาท จากเงินเดือนของท่าน 1.5% = 225 บาทจะประกันเจ็บป่วย ตาย 0.5% = 75บาท จะประกันการว่างงาน 3% = 450 บาท จะประกันชราภาพ
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการออมเงิน 1 ปี 5,400 บาท คือท่านจะได้เงินสบทบอีก 100% จากนายจ้างคือปีละ 5,400.- + ดอกเบี้ยจากประกันสังคม ปี 45 = 4.2%, ปี 46= 6.5% (สรุปท่านได้ผลประโยชน์ 106.5% เชียวละ คือฝาก 5,400 เงินของท่านจะได้รับประมาณ 11,502 บาท เห็นมั๊ยละว่าสูงมากๆ จึงอยากจะเตือนท่านว่าอย่าเห็นเป็นเงิน เล็ก น้อย ท่านจะได้คืนเงินจำนวนนี้เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือถ้า 55 ปี แล้วยังทำงานก็จนกว่าจะเลิกทำคือเลิกส่งเงินประกันสังคม ***** ที่สำคัญ **** คือ ต้องขอคืนภายใน 1 ปีหลังจากเกษียณเท่านั้น ห้ามเกินแม้แต่ 1 วันมิฉะนั้นจะถูกยก เข้าเงินกองกลางไปเลย**** ไม่สามารถฟ้องอุทธรณ์ ได้เลย
การขอคืน 1. ถ้าท่านส่งเงินสมทบน้อยกว่า 15 ปี ท่านจะได้เป็นเงินบำเหน็จ คือได้ไปเป็นก้อนไปเลย เยอะอยู่นา อย่าลืมละ 2. แต่ถ้าท่านส่งเงินมากกว่า 15 ปีท่านจะได้เป็นบำนาญ (ถามแล้วไม่สามารถเลือกเป็นบำเหน็จได้) 15% บวกอีกร้อยละหนึ่งต่อระยะเวลาจ่ายเพิ่ม 1 ปี เช่น ส่งเงินสมทบ 20 ปีได้ 20%ของ 15000.-บาท เท่ากับ 3,000 บาท ต่อเดือน ย้ำ
***ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่ http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp <http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp> http://www.bgh.co.th <http://www.bgh.co.th/>
สำหรับผู้ที่ไม่มี internet ให้ โทรสอบถามที่ 1506 แล้วกด 1 จากนั้นให้ทำรายการตามที่เครื่องบอก ก็จะได้ข้อมูลเหมือนกัน

มหาชนก ตอน 5

และเครื่องทรงพระมหากษัตย์วางอยู่ และขณะนั้นก็ได้เห็นพระปัจเจกโพธิองค์หนึ่งดำเนินสวนทางลับตานางไป นางยังมิทันคิด แต่เมื่อเห็นเส้นพระเกศาและเครื่องทรง จึงคิดได้ว่าเมื่อกี้เห็นจะเป็นพระสวามีเป็นแน่ มิใช่พระปัจเจกโพธิจึงตรัสเรียกนางสนมกำนันว่า "แม่นางทั้งหลาย พวกเราพากันติดตามพระสวามีเถิดเมื่อกี้ไม่ใช่พระปัจเจกโพธิดอก แต่เป็นพระราชสวามีของพวกเรา" พร้อมทั้งทรงกันแสงไปด้วย แล้วพากันติดตามไปก็ทันพระมหาชนก ต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญรำพันด้วยประการต่าง ๆ แต่พระมหาชนกก็มิได้เสด็จกลับ
พระราชเทวีก็คิดอุบายให้ประชาชนพลเมืองนำเอาเชื้อไฟมากอง แล้วจุดไฟขึ้นนแทบทั่วพระนคร แล้วไปทูลเชิญให้กลับมาดับไฟเพราะพระราชวังไหม้หมด แต่พระมหาชนกก็มิได้เสด็จกลับ โดยคิดว่า "เราเป็นบรรชิต ไม่มีสมบัติอันใด"
แม้พระราชเทวีจะทำกลอุบายประการใด พระองค์ก็หากลับไม่ คงมุ่งหน้าไปสู่ไพรพฤกษ์ข้างหน้าเท่านั้น พระราชเทวีสนมกำนัล และข้าราชบริพารพากันติดตามไปอ้อนวอนให้เสด็จกลับเข้าครองราชสมบัติดังเก่า แต่พระองค์ก็หากลับไม่ คนเหล่านั้นก็ยังติดตามเรื่อยไป
พระองค์เห็นว่ามหาชนจะทำให้การบำเพ็ญพรตของพระองค์เป็นไปไม่ได้สดวก จึงหันกลับมาขีดเส้น พร้อมกับตรัสถามว่า "พวกท่านทั้งหลาย ใครเป็นพระเจ้าแผ่นดินของพวกท่าน" "พระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดินของพวกข้าพระองค์" "ถ้าเช่นนั้นใครข้ามเส้นนี้มาจะต้องได้รับพระราชอาญา" แล้วพระองค์ก็เสด็จต่อไป
คนทั้งหมดก็ไม่อาจจะล่วงพระราชอาญาได้ ก็ได้แต่พากันร้องไห้คร่ำครวญรำพันไปด้วยประการต่าง ๆ พระนางสิวลีถึงกับพระกันแสงกลิ้งเกลือกกันพื้นดิน จนกระทั่งรอยขีดที่พระราชาขีดไว้ลบเลือนไป คนเหล่านั้นเห็นว่าไม่มีรอยขีดแล้ว ก็พากันติดตามไปอีก พระนารทดาบสเกรงว่าพระมหาชนกจะมีพระทัยท้อแท้ไป จึงมาปลอบใจไม่ให้คลายมานะ ที่จะปฎิบัติธรรม แล้วก็หลีกไป พระมหาชนกก็ดำเนินเรื่อยไป และพระสิวลีเทวีก็เสด็จติดตามไปเช่นเดียวกัน ตราบจนกระทั่งถึงเมืองถุนันนคร พระองค์ก็เสด็จผ่านเข้าไปในเมืองนั้น
ชายคนหนึ่งวางชิ้นเนื้อไว้บนเขียง แล้วตนเองก็หันไปทำงานอื่นเสีย สุนัขเห็นได้ท่วงทีก็วิ่งมาคาบก้อนเนื้อได้ก็วิ่งหนีไป ชายผู้เป็นเจ้าของเนื้อเห็นก็ละจากงานเสียแล้ววิ่งไล่ขับสุนัขไป เมื่อสุนัขวิ่งหนีมาพบพระมหาชนกเดินสวนทางมา อารามกลัวเลยทิ้งก้อนเนื้อเสียแล้ววิ่งหนีต่อไป พระมหาชนกคิดว่าเนื้อก้อนนี้ไม่มีเจ้าของมิได้ ก็หยิบขึ้นมาปัดดินทรายออกเสียแล้วใส่ลงบาตร แล้วเสด็จไปนั่งฉัน ณ ที่แห่งหนึ่ง พระเทวีเห็นอากัปกิริยาเช่นนั้นก็สลดใจว่า แม้แต่สมบัติพัสถานทั้งหลายท่านก็เสียสละหมดแล้ว เสวยได้แม้แต่ของเดนสุนัข เพราะฉะนั้นที่พระองค์จะกลับคืนมาครองเมืองดังเก่าไม่มีแน่แล้วแต่ด้วยความอาลัยก็ยังติดตามพระองค์เรื่อยมา
จนกระทั่งถึงเมืองถุนันนคร เห็นเด็กผู้หญิงมือข้างหนึ่งใส่กำไลสองเส้น ข้างที่มีกำไล สองข้างก็กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งตลอดเวลาที่เคลื่อนไหว พระมหาชนกจึงเสด็จเข้าไปตรัสถามเด็กจึงบอกว่า "ข้างที่มีสองข้างที่ส่งเสียงดัง เพราะมันกระทบกันกระทั้งกัน ท่านเดินมาด้วยกัน ๒ คน จะไปทางใดเล่า"
พระมหาชนกได้ฟังคำกุมาริกาแล้วคิดว่า "สตรีเป็นมลทินของพรมจรรย์ ควรจะให้พระสิวลีแยกทางไปเสีย"
เมื่อถึงหนทางสองแพร่งจึงบอกกับนางว่า "น้องหญิง นับแต่นี้ต่อไปเราแยกทางกันเดินเถิด และอย่าเรียกเราเป็นสามีอีกต่อไป เจ้าจงเลือกทางเอาว่าจะไปทางใดดี"
พระนางสิวลีทรงเศร้าโศกและตรัสตอบว่า "ข้าแต่พระองค์ ข้าพระบาทมีชาติอันต่ำช้า ขอเลือกไปทางซ้าย ขอพระองค์ เสด็จไปทางขวาเถิด"
บัดนี้พระองค์ไปที่ใดหรือจะสิ้นพระชนม์เสียแล้ว พากันปรับทุกข์และเล่าลือไปต่าง ๆ นานา แม้ เมื่อพระมหาชนกแยกทางไปแล้ว พระนางมีความอาลัยก็เสด็จตามติดไปด้านเบื่องหลังอีก และเมื่อถูกตัดรอนความเยื่อใย พระนางก็ถึงล้มสลบลง แต่ก็ไม่ทำให้พระมหาชนกกลับคืนความคิดได้ คงเสด็จมุ่งหน้าต่อไปเพื่อหาความสงบสงัด จักได้บำเพ็ญพรตภาวนา เมื่อพระนางสิวลีฟื้นคืนสติขึ้นมา ก็ได้พบพระสวามีของพระนางได้เสด็จไปเสียแล้ว พระนางจึงดำริว่า ราชสมบัติทั้งปวงนี้แม้สวามีของเรายังมิได้อาลัยอาวรณ์ เราจะยินดีเพื่อประโยชน์อะไร จึงรับสั่งให้เรียกข้าราชบริพารมา แล้วอภิเษกให้เจ้าทีฆาวุเสวยราชสมบัติพระองค์เองก็เสด็จออกบรรพชา ตราบจนกระทั่งสิ้นชีพไปบังเกิดบนสวรรค์ทั้งสองพระองค์
คติของเรื่องนี้ควรกำหนด ขึ้นชื่อว่า เป็นคนแล้ว ทำอะไรต้องหมั่นพยายามทำไป จนกว่าชีวิตจะสิ้น ผลดีที่จะได้ก็บังเกิดขึ้นแน่นอน

เตมีย์ใบ้ ตอน 3

นายสารถียินดีจะกลับไปทูลพระเจ้าแผ่นดิน แต่เกรงว่าเมื่อตนไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินแล้ว เมื่อเสด็จมาดูไม่พบพระกุมารก็เลยกลายเป็นว่าตนโกหก อาจจะถูกลงพระอาญาได้ จึงทูลขอพระกุมารไว้อย่าได้เสด็จไปที่อื่น ซึ่งพระกุมารก็รับคำนายสารถีถึงได้กลับไป
พระนางจันทรเทวี นับตั้งแต่นายสารถีเอาพระราชกุมารไปแล้วพระองค์ก็คอยเฝ้ามองอยู่ว่าเมื่อไรนายสารถีจะกลับมา จะได้ทราบเรื่องพระโอรสที่รักบ้าง เมื่อเห็นนายสารถีกลับมาคนเดียวก็แน่พระทัยว่าพระราชโอรสของพระองค์สิ้นพระชนม์เสียแล้ว น้ำพระเนตรก็ไหลอาบพระปรางด้วยความโทมนัส ตรัสถามนายสารถีว่า "พ่อสารถี ที่เอาโอรสของเราไปฝังนั้น พ่อได้รับคำสั่งเสียจากโอรสของเราอย่างไรบ้าง และโอรสของเราได้ทำอย่างไร" "ขอเดชะพระแม่เจ้า ข้าพระบาทจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับพระราชกุมารให้ฟังตั้งแต่ต้นจนปลาย"
แล้วเขาก็เล่าตั้งเเต่นำเอาพระโอรสอออกไปขุดหลุมจะฝังพระโอรสก็กลับกลายหายจากง่อยเปลี้ยเสียขา เจรจาได้ทรงพลกำลังยกรถที่ขี่ออกไปกวัดแกว่ง จนกระทั่งตนได้ทราบความจริงว่าทำไมพระกุมารจึงได้ทำอย่างนั้น แล้วเขาก็ลงท้ายว่า "ขอเดชะ บัดนี้พระองค์ทรงผนวชอยู่ในราวเบื้องป่าบูรพาทิศเมืองนี้พระเจ้าข้า"
เท่านั้นเองพระนางก็ลิงโลดพระทัยตรัสออกมาว่า "โอ..พ่อเตมีย์ของแม่ไม่ตายดอกหรือ เออ? ดีใจ ดีใจจริงๆ" สองพระกรก็ทาบพระอุระ ข่มความตื้นตันไว้ในพระทัย ถึงพระกาสิกราชก็ดีพระทัยเช่นกัน
การที่พระองค์ให้เอาพระเตมีตย์ไปฝังเสียนั้น ใช่ว่าพระองค์จะชิงชังหรือรังเกลียดก็หามิได้ แท้ที่จริงเพราะพระองค์กลัวอันตรายจะเกิดกับพระราชวงศ์ ตลอดจนพระมเหสีที่รักต่างหาก และนายสารถีก็ได้กราบทูลว่า "พระราชกุมารทรงพระสรีระโฉมงามสง่าเหลือเกินมีสุรเสียงไพเราะตรัสออกมาน่าฟัง เหตุที่เป็นดังนั้นเพราะพระกุมารตรัสเล่าให้ฟังว่า
ทรงระลึกชาติได้ได้ว่าครั้งชาติก่อนพระองค์เคยเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้ทำกรรมมีการจับกุมขังเฆี่ยนฆ่านักโทษมี ประการ ต่าง ๆ ครั้นพระองค์สวรรณคตแล้วได้ไปบังเกิดในนรกเป็นเวลานาน เหมือนคนที่ถูกงูกัด มองเห็นสิ่งอะไรคล้ายกับงูก็ย่อมจะกลัวไปหมด ฉะนั้นข้าพระองค์เองยังอยากจะบวชอยู่ในป่านั้นด้วย แต่พระกุมารไม่ยอมให้ข้าพระองค์บวช บอกให้ข้าพระองค์กลับมาทูลเรื่องราวให้พระองค์ทั้งสองทราบเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปบวชภายหลัง ข้าพระองค์จึงได้รีบกลับมากลาบทูลให้ทราบ หากพระองค์อยากจะเสด็จไปสถานที่นั้น ข้าพระองค์จักนำไปเอง"
พระเจ้ากาสิกราชมีพระดำรัสให้เตรียมพโยธาเพื่อจะเสด็จไปเฝ้าพระเตมีย์กุมาร ซึ่งบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าด้านปราจีนทิศของเมือง แต่การเข้าไปนี้พระราชาเป็นผู้เสด็จเข้าไปก่อนเพื่อสอบถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน พระเทวีจึงเสด็จเข้าไป เมื่อเห็นพระโอรสเสด็จประทับนั่งอยู่ ด้วยความปลื้มปีติพระนางตรงเข้าไปกอดพระบาทของพระโอรส ทรงกันแสงสะอึกสะอึ่นแล้วถอยออกมา "พ่อเตมีย์บริโภคแต่ใบไม้พลไม้ในป่า ทำไมจึงมีร่างกายสดใส"
พระราชาจึงถามพระเตมีย์ว่า เตมีย์กุมารจึงทูลตอบว่า "ขอเดชะการที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุว่า สละความห่วงใยไม่ให้มาเกาะเกี่ยวจิตใจ อะไรที่ล่วงมาแล้วก็ไม่คิดเศร้าโศก ไม่คิดอยากได้สิ่งที่ยังมาไม่ถึง พยายามรักษาจิตใจในสิ่งที่เป็นปัจจุปันเท่านั้น จึงทำให้ผิวพรรณของหม่อมฉันไม่เศร้าหมอง" "เมื่อพ่อไม่เป็นกาลกิณีแล้ว พ่อก็ควรจะกลับไปครองราชสมบัติเพื่อประโยชย์แก่ชนหมู่มากเถิด บัดนี้ก็เอาเบญจราชกกุธภัณฑ์มาด้วยแล้ว และเมื่อกลับไปถึงบ้านเมืองแล้วจะได้ ไปสู่ขอลูกกษัตริย์อื่นให้มาเป็นอัครมเหสี พระกูลวงศ์ของเราก็ไม่เสียไป"
เตมีย์กลับกล่าวตัดบทว่า การบวชควรจะบวชเมื่อยังหนุ่มเพราะสังขารร่างกายของเราตกอยู่ในคติของธรรมดา เกิดแล้วก็เจ็บตายไปตามสภาพรู้ไม่ได้ว่าเราจะตายเมื่อใด
พระราชบิดาก็คงเห็น บางคนลูกตายก่อนพ่อแม่ น้องตายก่อนพี่ เหล่านี้แล้ว จะมัวประมาทอยู่ได้อย่างไร โลกถูกครอบงำอยู่ด้วยมฤตยู พระองค์ลองคิดดูช่างหูกเขาจะทอผ้าสักผืนหนึ่ง ทอไปทอไปข้างหน้า ก็น้อยเข้าฉันใด ชีวิตของคนเราก็เช่นนั้นพระองค์อย่ามัวประมาทอยู่เลย"
พระราชาได้สดับแล้วก็คิดจะบวชบ้าง แต่ก็คิดจะลองใจเตมีย์กุมารดูอีก ก็ตรัสชวนในราชสมบัติและยกเอากามคุณต่าง ๆ มาล่อ แต่พระเตมีย์ก็คงยืนยันเช่นนั้นพร้อมกับอธิบายถึงผลภัยของราชสมบัติมีประการต่าง ๆ ตนพระราชาตกลงพระทัยจะผนวช
จึงให้เอากลองไปตีป่าวประกาศว่าใครอยากบวชในพระราชสำนักพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด และมิใช่แต่เท่านั้น ยังจารึกแผ่นทองคำไปติดไว้ที่เสาท้องพระโรงว่า ใครต้องการทรัพย์สมบัติใด ๆ ในคลังหลวงจงมาเอาไปเถิด
พร้อมกันนั้นก็ให้เปิดพระคลังทั้งสิบสองพระคลังเพื่อจะให้คนที่ปราถนาจะได้ขนเอา ประชาชนราษฎรพากันแตกตื่นไปบวชในพระราชสำนักพระเตมีย์ บ้านเรือนก็เปิดที้งไว้โดยไม่สนใจ ที่บริเวณสามโยชน์ เต็มไปด้วยดาบสและดาสินี บรรดารถและช้างม้าที่พระราชานำมาแต่เมืองก็ปล่อยให้ผุพัง ช้างม้าก็กลายเป็นม้าป่าช้างป่าเกลื่อนไปในป่านั้น
พระราชาที่อยู่ใกล้เคียงได้ทราบว่า กรุงพาราณสีไม่มีผู้คุ้มครองรักษา ก็ยกพหลโยธาหมายจะยึดครองเอาไว้ในอำนาจ เมื่อมาถึงได้เห็นประกาศที่พระกาสิกราชติดไว้ ก็ทำ ให้เกิดสงสัยว่า ทำไมคนเหล่านี้จึงทิ้งสมบัติทั้งปวงเสีย ออกไปบวชอยู่ในป่าได้ บ้านเรือนราฎรก็ทิ้งไว้ ประตูเมืองก็หาคนปิดมิได้ แต่ทรัพย์สมบัติยังคงอยู่ทุกอย่าง เลยยกพหลโยธาตามออกในป่า พบพระราชาและพลเมืองบวชเป็นฤษีบำเพ็ญพรตอยู่ในป่านั้น
และเมื่อได้สดับธรรมะที่พระเตมีย์ให้โอวาทเข้าอีก เลยทำให้คิดจะหลีกเร้นออกหาความสุข พากันสละช้างม้าตลอดจนเครื่องอาวุธ บวชอยู่ในสำนักพระเตมีย์ ในบริเวณป่าดาษดา ไปด้วยรถที่ผุพังทรุดโทรม สัตว์ป่าวิ่งกันไปในป่าเกลื่อนไปหมดล้วนแต่เชื่อง ๆ รวมอยู่ใกล้ ๆ กับบรรดาฤษีเหล่านั้นก็บำเพ็ญฌานสมาบัติ ตายไปได้บังเกิดในเทวโลก

คติเรื่องนี้ที่ควรจะได้ คือการตั้งใจแน่วแน่ อยากจะได้สิ่งอันใดสมดังความตั้งใจอันนั้น ก็พยายามจนสำเร็จและได้เห็นความ อดทน อดกลั้นของพระเตมีย์ ซึ่งต้องทำ เป็นคนง่อย คนใบ้ คนหูหนวกสารพัดเป็นเวลาตั้ง ๑๐ กว่าปี หากเราจะตั้งใจแล้วพยายามทำก็จะต้องสำเร็จจนได้ ในวันหนึ่ง เรื่องพระเตมีย์ก็จบลงด้วยความสำเร็จทุกประการฉะนี้
(เรื่องพระเจ้าสิบชาติ เป็นเรื่องที่มาจากคัมภีร์พุทธศาสนาซึ่งมีชื่อว่า "มหานิบาตชาดก

เตมีย์ใบ้ ตอน 2

ใครจะพูดอย่างไร จะทำอย่างไรพระเตมีย์ไม่ได้ยินทั้งนั้น ไม่ยอมเคลื่อนไหวไม่ร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ ไม่อ้าปากส่งเสียงอะไรออกมา ผลที่สุดทั้งพระราชบิดาและอำมาตย์ลงความเห็นว่าพระกุมารคงเป็นคนกาลกิณีเสียแล้ว.. ขืนให้อยู่ต่อไปคงจะเกิดอันตรายขึ้นแก่พระองค์แก่สมบัติและแก่พระอัครมเหสี ควรจะออกไปทิ้งเสียที่ป่าช้าผีดิบนอกเมือง พระราชาก็เห็นด้วย จึงดำริจะให้เอาไปทิ้งเสีย แต่พระเทวีอัครมเหสีมาเฝ้ากราบทูลว่า "ขอเดชะ..พระองค์ได้พระราชทานพรไว้แก่ข้าพระองค์บัดนี้หม่อมฉันจะทูลขอพรที่ได้ให้ไว้นั้น..." "พระเทวีเธอขออะไรก็ตรัสไปถ้าไม่หลือวิสัยแล้วจะให้" "ข้าพระองค์ขอราชสมบัติให้พระเตมีย์" "อะไรกันพระเทวีก็เจ้าเตมีย์เป็นคนใบ้ แล้วก็หูหนวกเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้อย่างไร" "ก็พระเตมีย์เป็นอย่างนั้น หม่อมฉันจึงขอพระราชสมบัติ" "ไม่ได้พระเทวีเลือกอย่างอื่นเถิด" "หม่อมฉันขอเลือกให้พระเตมีย์ครองแผ่นดินแม้ไม่มากเพียง ๗ ปีก็พอ" "ไม่ได้พระเทวีจะเป็นความเดือดร้อนแก่คนอื่นมากมายนัก ลูกเราไม่มีความสามารถถ้าดีอยู่อย่าว่าแต่ ๗ ปีเลย ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะให้สมบัติตลอดไป" "ขอสัก ๑ ปีก็แล้วกัน" "ไม่ได้พระเทวี" "ถ้าอย่างนั้นขอ ๗ วัน หม่อมฉันขอให้พระเตมีย์ได้เป็นสักหน่อยเถิด"
พระเจ้ากาสิกราชก็ยอมตกลง จึงได้ให้ตกแต่งร่างกายของพระเตมีย์ในเครื่องกษัตริย์ แล้วให้เสด็จเลียบพระนครประกาศให้ประชาชนพลเมืองทั่วไปทราบว่า บัดนี้พระเตมีย์ได้เป็นกษัตริย์แม้ใคร ๆ จะทำอย่างไรพระเตมีย์ยังคงเฉย ร่างกายไม่เคลื่อนไหวเป็นเหมือนหุ่น เขาวางไว้ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น ใครจะทำอะไรก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของพระกุมารทั้งสิ้น พอครบ ๗ วัน
พระนางจันทเทวีก็ทรงพระกันแสงเพราะครบกำหนดที่สัญญาไว้กับพระราชาแล้ว พระราชาจึงมอบพระเตมีย์กุมารให้กับนายสุนันทสารถีเอาใส่รถไปฝังเสียที่ป่าช้าดิบภายนอกเมือง นายสุนันทก็เอาพระเตมีย์ใส่ท้ายรถขับออกจากตัวเมืองไปยังป่าช้าผีดิบ แต่หารู้ไม่ว่าทางที่จะไปนั้นม้นไม่ใช่ป่าช้าผีดิบแต่เป็นป่าอีกหนึ่งต่างหาก.. ความผิดพลาดของนายสารถี นับตั้งแต่เริ่มเทียมรถม้าแล้วคือ แทนที่จะเอารถสำหรับใส่ศพ กลับเอารถมงคลมาเทียมแทนและเมื่อรับพระเตมีย์แล้วก็คิดว่าจะขับไปป่าช้าผีดิบซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกจึงเป็นอันว่านายสารถีผิดพลาดตลอดมา.. แต่การผิดพลาดนี้เป็นผลดีของพระเตมีย์
เมื่อถึงป่านอกเมือง ซึ่งนายสุนันทคิดว่าเป็นป่าช้าผีดิบ เขาก็หยุดรถหยิบจอบเสียมลงไปเพื่อจะขุดหลุมฝังพระกุมารเสีย หูของเขายังแว่วพระดำรัสของพระราชาที่ว่า "ลูกข้าคนนี้ เป็นกาลกิณีเองจงเอาไปป่าช้าแล้วขุดหลุมสี่เหลียมให้ลึก แล้วเอาจอบทุบหัวมันเสียก่อนแล้วค่อยฝังมันทีหลัง ช่วยมันหน่อยนะอย่าให้ฝังมันต้องถูกฝังทั้งเป็นเลย
ในขณะที่นายสารถีกำลังขุดหลุมอยู่ไมไกลจากรถนี้นเอง พระเตมีย์ก็คิดว่าร่างกายของเราไมได้เคลื่อนไหวมาตั้ง ๑๖ ปี จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ ก็ทรงกายลุกขึ้นลงมาจากรถทดลองเดินไปมาอยู่ข้างรถ "ไม่เป็นอะไร มือเท้าไม่ได้เป็นง่อยเปลี้ยเสียแต่อย่างใด แต่กำลังเล่าจะเป็นไฉน"
คิดแล้วก็จับเอางอนรถยกขึ้น..เป็นความมหัศจรรย์...พระเตมีย์ยกรถขึ้นกวัดแกว่งได้เหมือนยกเอารถตุ๊กตาเบาแสนเบาแล้วกลับวางอย่างเดิม แลเห็นนายสารถีก้มหน้าก้มตาขุดหลุมอยู่โดยไม่ทราบว่าพระองค์ได้ทำอย่างไรบ้าง จึงเดินเข้าไปยืนอยู่ใกล้ก็ไม่รู้แต่ก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียง "สารถีท่านขุดหลุมสี่เหลียมทำไมกัน"
เขาเหลียวหน้ามามองแต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็นพระกุมารที่ตนนำมาคิดเสียว่าเป็นคนเดินทางผ่านมาเห็นตนกำลังขุดหลุมอยู่ก็แวะเจ้ามาสอบถามดู "ขุดหลุมฝังคน" เขาตอบสั้น "ฝังใครกันล่ะ?"
"ฝังลูกพระเจ้าแผ่นดิน" "ฝังทำไมกันล่ะ?" "เรื่องมันยืดยาวท่านอยากจะรู้ไปทำไม" "ก็อยากจะรู้บ้างว่าคน ๆ นั้นเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดินจะมาถูกฝังเพราะโทษอะไร" นายสารถีก็ชี้แจงว่า "ไม่มีโทษอะไรหรอก แต่พระราชกุมารเป็นคนกาลกิณีขืนปล่อยไว้นานไปความอุบาทว์ ทั้งหลายก็จะเกิดแก่ราชสมบัติ พระเตมีย์จึงแสร้งตรัสถามต่อไปว่า "คนกาลกิณีน่ะเป็นอย่างไร" "ก็เป็นคนไม่ดีน่ะสิ" นายสารถีเริ่มฉุน "ไม่ดีอย่างไร" "เอ..ท่านนี่ควรจะไปเป็นศาลตุลาการ..แทนที่จะเป็นคนเดินทางเพราะแก่ชักเสียจริง"
พระกุมารก็ไม่ขุ่นเคือง คงมีพระดำรัสเรียบ ๆ ถามต่อไป "ข้าพเจ้าอยากรู้จริง ๆ ก็เลยรบกวนท่านหน่อย" "เอ๊า...อย่างนั้นคอยฟัง..คือว่าพระโอรสของเจ้านายข้าพเจ้าคนนี้ เกิดมามีลักษณะสวยงามน่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่เสียอย่างเดียวภายหลังมาเกิดไม่พูดไม่จาแขนขาไม่ยกไม่ก้าว เสียเฉย ๆ ยังงั้นเเหละใครจะพูดอะไร หูก็แถมหนวกเสียด้วยเลยเป็นอันว่าเหมือนตุ๊กตาตัวโต ๆ ที่เขาตั้งไว้" "แล้วอะไรอีกล่ะ" "ก็ไม่ยังไงหรอกพระเจ้าแผ่นดินรอมาถึง ๑๖ ปี ก็ไม่เห็นดีขึ้น เลยตัดสินให้ข้าพเจ้าเอามาฝังเสียหลุมที่ขุดนี่แหละที่จะฝังพระราชกุมาร ท่านเข้าใจหรือยัง" "ท่านรู้ไหมว่าเราเป็นใคร" จึงมองอย่างพินิจพิจารณา แต่เขาก็จำไม่ได้เพราะผู้ที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าบัดนี้ไม่ใช่พระกุมารผู้เป็นง่อยเปลี้ยเสียแข้งขาเสียแล้ว แม้ว่าหน้าตาจะคล้ายคลึงกับพระกุมารแต่เขาก็ไม่แน่ใจนักจึงทำอ้ำอึ้งอยู่
เมื่อเห็นสารถีมองดูด้วยความสงสัยจึงประกาศตนว่า "สารถี..เราคือเตมีย์กุมารที่ท่านจะนำมาฝัง ท่านลองพิจารณาดูเถิดว่าเป็นคนกาลกิณีหรือเปล่า..ดูสิเราเป็นง่อยหรือเปล่า" นายสารถีได้แต่มองอย่างสงสัย แล้วเอ่ยขึ้นรำพึงกับตัวว่า "เอ พระกุมารก็ไม่น่าเป็นไปได้ จะว่าไม่ใช่ก็กระไรอยู่"
"เราคือเตมีย์กุมาร โอรสของพระเจ้ากาสิกราชที่ท่านอาศัยเลี้ยงชีพด้วยการเป็นราชบริพารอยู่บัดนี้ อย่าสงสัยเลยท่านขุดหลุมฝังเราน่ะเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมเลย" "ทำไมไม่เป็นธรรม?" "ท่านมองดูสิว่าเราเป็นคนกาลกิณีหรือเปล่า ท่านได้รับคำสั่งให้ฝังคนกาลกิณีต่างหาก" "จริงสินะ" สารถีคิดแต่เขาก็อ้ำอึ้งอยู่ไม่รู้จะกล่าวออกว่ากระไรอีก ที่เขาจะนำไปฝังนั้นเอง เขาจึงก้มกราบที่เท้าของพระเตมีย์ "โอ้..ข้าพระบาทเป็นคนโง่เขลา ทั้งนายของตนเองก็จำไม่ได้ เหมือนปาฏิหาริย์ บันดาลให้เกิดไม่น่าเชื่อ" "ทำไมไม่เชื่อ" "เพราะพระองค์ไม่เคลื่อนไหวร่างกายตั้งสิบกว่าปีอวัยวะควรจะใช้ไม่ได้ ควรจะเหี่ยวแห้งไป แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่นับว่าเป็นความประหลาดมากทีเดียว" "เมื่อท่านเห็นเราเป็นอย่างนี้แล้ว ท่านยังจะคิดฝังเราอีกหรือเปล่า" "ไม่พะย่ะค่ะ ข้าพระบาทเลิกคิดจะทำร้ายพระองค์แล้ว ข้าพระพระองค์เข้าไปเฝ้าพระราชบิดามารดาเพื่อจะได้ครองราชสมบัติต่อไป" "เราไม่คิดจะกลับไปสู่สถานเช่นนั้นอีก เพราะที่นั้นเป็นเหตุให้กระทำความชั่ว ซึ่งต่อไปจะทำให้บังเกิดในนรกอย่างไม่รู้จะผุดจะเกิดเมื่อไหร่ ?"
แต่นายสารถีก็ยังแสดงความดีใจ "ถ้าข้าพระองค์นำพระองค์กลับเข้าไปได้ใคร ๆ ก็ต้องแสดงความยินดีกับพระองค์ และข้าพระองค์ก็จะได้เงินทองทรัพย์สมบัติผ้าผ่อนและแพรพรรณต่าง ๆ จากคนเหล่านี้ เป็นต้นว่า พระราชบิดามารดาของพระองค์ก็ทรงยินดี ข้าพระองค์อาจจะได้ยศศักดิ์ บริวารและ อะไรต่าง ๆ ตามความปรารถนาเพราะ ใคร ๆ แสดงความสามารถที่จะให้พระองค์ไม่กลายเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขาเป็นคนหูหนวกเป็นใบ้มาตั้งสิบกว่าปีก็ไม่สำเร็จ แต่ข้าพระองค์กลับทำได้ เป็นความดีใจที่เหนือความดีใจทั้งหมดที่เคยมี ข้าพระองค์กำลังจะรับความสุข ไม่ต้องลำบากเช่นเดี๋ยวนี้"
"ท่านอย่าเพิ่งดีใจไปก่อนเราจะว่าให้ฟังเราเป็นคนไม่มีญาติขาดมิตร เป็นคนกำพร้า เป็นคนกาลกิณีจนเขาต้องให้ท่านเอาเราไปฝังเสียยังป่าช้าผีดิบ..ท่านนำเรากลับไปก็ไม่ดีท่านนั้นเเหละอาจจะกลายเป็นคนกาลกิณีไปก็ได้เพระใคร ๆ เขาก็เข้าใจอย่างนั้นแล้วท่านจะฝืนความนึกคิดคนอื่นได้อย่างไร เราสละแล้วด้วยประการทั้งปวง บ้านเรือนแว่นแคว้นเราไม่มี เราจะบำเพ็ญพรตรักษาศีลอยู่ในป่านี้โดยไม่กลับไปอีกแล้ว"
"พระองค์น่าจะตรัสกับพระราชบิดามารดาเสียก่อน" "ไม่ล่ะ เราความเพียรเพื่อจะออกจากเมืองเป็นจำนวนถึง ๑๐ กว่าปี ความตั้งใจของเราจะสำเร็จแล้ว เราจะไม่เข้าไปสู่สถานที่ทำกรรมอีกล่ะ ถ้าเราเป็นพระเจ้าแผ่นดินอาจจะอยู่ไปได้หลายสิบปี แต่เราจะต้องทำกรรมแล้วไปตกอยู่ในนรกตั้งหมื่นปี ท่านลองคิดดูว่าพระเจ้าแผ่นดินจะต้องสั่งให้เขาเฆี่ยนตี..ฆ่าคนนี้..ทำทรมานคนโน้น..ริบทรัพย์คนนั้น..ริบทรัพย์คนโน้น..วันละเท่าไร ปีละเท่าไร แล้วผลของการกระทำความชั่วนั้นจะไม่ย้อนกลับมาให้ผลเราบ้างหรือ
นายสารถีอดที่จะค้านไม่ได้ "พระเจ้าแผ่นดินจะทรงทำอย่างนั้น..ว่าโดยทางโลกยินยอมว่าเป็นความถูกต้อง เขาให้อำนาจที่จะกระทำ แต่ท่านต้องไม่ลืมนะว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ผิดจากทางโลก..แต่ทางธรรมไม่เคยยกเว้นให้ใคร ทางธรรมมีอยู่ว่าทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว ผลของการทำดีนำไปสู่สวรรค์ ผลของการทำชั่วนำไปสู่นรก"
นายสารถีจึงกราบทูลว่า "ข้าพระองค์เป็นคนเขลา ยังคิดเป็นความสุขสบายแต่เมื่อพระองค์ดำรัสก็เห็นได้จริงคงอย่างนั้น ทุกคนต้องรักขีวิตร่างกายของตนทั้งนั้น เมื่อใดใครมาทำอันตรายก็เป็นธรรมดาต้องไม่ชอบ เมื่อพระองค์เห็นว่าโลกยุ่งมากนักจะบวช ข้าพระองค์ก็จะบวชเหมือนกัน" พระกุมารดำริว่า
"หากให้นายสารถีบวชเสีย ม้ารถก็เสียหาย และพระราชบิดามารดาคงได้รับความโทมนัสที่จะเอาฝังเสีย ถ้าให้ท่านกลับคืนไปเมืองก็จะทำให้พระองค์เสด็จมาดูเรา ได้รับความโสมนัส และบางทีพระราชบิดาจะกลับใจประพฤติชอบขึ้นมาบ้าง" จึงตรัสว่า "เธอกลับไปส่งข่าวแก่พระราชบิดามารดาก่อนเถิดแล้วค่อยมาบวชทีหลัง เพราะบวชด้วยความเป็นหนี้ไม่ดีเลย"

เตมีย์ใบ้ ตอน 1

ในครั้งก่อนนานมาแล้ว พระเจ้ากาสิกราชครองสมบัติในเมืองพาราณสี แต่พระองค์มีราชโอรสและธิดาไม่ ด้วยกลัวว่าจะไม่มีผู้สืบสกุล จึงให้นางจันทเทวีและนางสนมทำพิธีขอพระโอรส พระอัครมเหสีก็ทรงทำตาม จึงได้ทรงครรภ์เมื่อครบกำหนดแล้วก็ทรงประสูติออกมาเป็นราชกุมาร พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัยเป็นอันมา จัดให้การสมโภชและพระราชทานนางนมให้แก่พระราชกุมารและขนานนามว่า เตมีย์กุมารเพราะในวันประสูตินั้นฝนได้ตกทั่วทั้งพระนครและเป็นเหตุให้พระทัยของพระองค์และราษฏร์ได้รับความแช่มชื่น เรื่องความกลัวว่าราชวงค์จะสูญสียก็เป็นอันหมดไปพระเจ้ากาสิกราชทรงโปรดปรานพระราชกุมารมาก บางครั้งถึงกับอุ้มออกไปทรงว่าราชการด้วย....
วันหนึ่งขณะที่พระราชบิดาอุ้มออกไปทรงว่าราชการอยู่นั้น อำมาตย์ได้นำโจรมาให้ ทรงวินิฉัย ๔ คนด้วยกัน พระราชาทรงสั่งให้ลงอาญาโจรเหล่านั้น..คนที่ ๑ ให้เฆี่ยนด้วยหนามหวาย และอีกคนให้เอาหอกแทงทรมานให้เจ็บปวดแสนสาหัสคน ๑ ให้เอาหลาวเสียบไว้ที้งเป็น..คน ๑ ให้คุมขังไว้
พระราชกุมารได้ทรงเห็นเช่นนั้น ก็ระลึกความหลังครั้งไปอยู่นรก ก็คิดว่าพระราชบิดาของเราทำดังนี้น่ากลัวเหลือเกิน ตายไปตกนรกแน่นอน เราเองถ้าใหญ่ขึ้นมาก็ต้องครอบครองแผ่นดิน ก็ต้องทำอย่างพระราชบิดาแน่นอน ทำอย่างไรจึงจะพ้นไปจากการต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้ เทพธิดาผู้เคยเป็นมารดาของพระราชกุมารในครั้งก่อนสิงอยู่ที่เศวตฉัตร..ได้แนะนำพระราชกุมารให้ปฏิปัติ ๓ ประการคือ
๑ . จงเป็นคนง่อย ๒. จงเป็นคนหูหนวก ๓. จงเป็นใบ้ แล้วจะพ้นสิ่งเหล่านี้
นับตั้งแต่นั้นมา เตมีย์ก็เริ่มปฏิบัติไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้นใครมาพูดก็ทำเป็นไม่ใด้ยิน เอาอุ้มไปวางไว้ที่ไหนก็นั้งอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับเขยื้อนไปในที่ใด พระราชบิดาทรงสงสัยว่าแต่ก่อนพระราชกุมารก็เหมือนเด็กทั่วไปรื่นเริงโลดเต้น.. เจรจาเสียงแจ้วอยู่ตลอดเวลาทำไมกลับมาเงียบขรึมไม่พุดไม่จา ใครจะพูดอะไรก็ไม่ได้ยิน คงจะเกิดโรคภัยชนิดใดขึ้นแน่ จึงให้หมอตรวจ ก็มิได้พบว่าพระราชกุมารเป็นอะไร
คงเป็นปกติทุกอย่าง ก็ทรงให้ทดลองหลายอย่างหลายประการ เป็นตันว่าให้อยู่ในที่สกปรก พระเตมีย์อดทนอยู่ได้ แม้จะหิวก็ไม่ทรงกันแสงแม้จะกลัวก็ไม่แสดงอาการอย่างไร เพราะเห็นว่าภัยในนรกร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน..จึงคงเฉย ๆ ทำเอาพระราชบิดาสิ้นปัญญา พวกอำมาตย์รับอาสาว่าจะทดลองดูก่อน ก็ทรงอนุญาติให้..ครั้งแรกเมื่อให้พระเตมีย์นั่งอยู่ในเรือนแล้วแกล้งจุดไฟเพื่อจะให้พระเตมีย์กลัว..แต่หาได้ทำให้พระเตมีย์หวาดกลัวไม่คงเป็นปกติอยู่
ทดลองอย่างนี้ตั้งปี ก็ไม่พบความผิดปกติอย่างไร ต่อไปก็ทดลองด้วยช้างตกมัน โดยนำพระราชกุมารไปประทับนั่งที่พระลาน..ให้มีเด็กห้อมล้อมหมู่มาก..แล้วให้ปล่อยช้างที่ฝึกแล้วเชือกหนึ่ง วิ่งตรงเข้าไปจะเหยียบพระราชกุมาร เด็กที่ห้อมล้อมอยู่หวาดกลัวร้องไห้พากันวิ่งหนีกระจัดกระจายไป แต่พระเตมีย์ก็คงทำเป็นไม่รู้ชี้เช่นเดิม
ทดลองอย่างนี้สิ้นเวลาตั้งปีก็ไม่สำเร็จประโยชน์อะไรขึ้นมา พระกุมารเคยเงียบไม่กระดุกกระดิกอย่างไรก็คงอย่างนั้นแม้ช้างจะจับพระกายขึ้นเพื่อจะฟาดก็ไม่ตกใจกลัวเพราะมุ่งหวังอย่างเดียวจะให้พ้นจากการเป็นพระเจ้าแผ่นดินให้ ต่อไปก็ทดลองด้วยงู ให้พระเตมีย์นั่งอยู่ แล้วให้ปล่อยงูมารัด ธรรมดาเด็กย่อมจะกลัวงู อย่าว่าแต่เด็กเลยผู้ใหญ่ก็เถอะ...แต่ก็ไม่ทำให้พระเตมีย์หวาดกลัวไปได้ คงนั่งเฉยทำเหมือนรูปปั้นเสีย เล่นเอาอำมาตย์เจ้าปัญญาสั่นหัว
ทดลองอย่างนี้อีกเป็นปีก็ไม่อาจจะจับพิรุธพระกุมารได้ ต่อไปให้ทดลองด้วยการให้พระเตมีย์นี่งอยู่ แล้วให้คนถือดาบวี่งมาจะทำอันตราย แต่พระกุมารทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หูไม่ได้ยิน ปากก็ไม่มีเสียง กายไม่กระดิกกระเดี้ย ทดลองอย่างนี้อีกเป็นปีก็จับอะไรพระกุมารไม่ได้.. ต่อไปก็ทดลองเสียง โดยให้พระเตมีย์นั่งอยู่พระองค์เดียว แล้วจู่ ๆ เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้นมาแต่พระเตมีย์คงทำไม่ได้ยินเช่นเคย การทดลองของอำมาตย์เป็นระยะทั้งสิ้น ๗ ปี หลายปีที่ทำมาก็ไม่สามารถทำให้พระเตมีย์พูดออกมาได้ตั้งแต่ ๙ ขวบ จนกระทั่ง ๑๖ ขวบ พระเตมีย์ก็คงทำเช่นนั้น
เมื่อวัยแรกรุ่นย่อมจะชอบใจในกามารมณ์ จึงจัดให้ให้สาวน้อย ๆ มาเล้าโลมประการใด ๆ กอดรัดบ้าง ลูบโน่นบ้างลูบนี่บ้าง จนกระทั่งเปิดโน่นให้ดูบ้าง เปิดนี่ให้ดูบ้าง จะทำอย่างไรพระเตมีย์ก็คงทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ทองไม่รู้ร้อนตลอดกาล....

พระมหาชนก ตอน 4

"เพราะพระปัจเจกโพธินั้นเปรียบประดุจพระอาทิตย์เมื่อท่านคอยยืนรับที่ใด ก็เเสดงว่าที่นั้นมีขุมทรัพย์อยู่ เราจึงชี้ให้ท่านขุดในที่นั้น แล้วก็ข้อต่อไปเล่าพระองค์ตรัสว่าอย่างไร" "ขอเดชะ ข้อต่อไปพระองค์ตรัสว่า ขุมทรัพย์ในที่พระอาทิตย์อัสดง" "แล้วพวกท่านได้ขุดค้นหากันบ้างหรือเปล่า" "ข้อนี้เปล่าพระเจ้าข้า เพราะขุมทรัพย์ที่หนึ่งยังไม่ได้เลยคิดเสียว่าเหลวไหลมากกว่า พระเจ้าค่ะ" "ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจะบอกว่าให้เราทราบได้หรือไม่ว่าเวลาเลี้ยงดูพระปัจเจกโพธิเสร็จแล้ว เวลากลับพระปัจเจกโพธิกลับทางใด" "ขอเดชะ เวลากลับพระปัจเจกโพธิจะกลับทางท้ายพระราชมณเฑียร" "แล้วพระราชาของพวกท่านไปส่งเสด็จด้วยหรือเปล่า" "ไปส่งเสด็จเป็นประจำเลยพระเจ้าค่ะ" "เวลาไปส่งนั้น พระองค์เสด็จประทับที่ใดล่ะ" " เวลาไปส่งนั้น พระองค์ประทับยืน ณ สนามท้ายพระราชมณเฑียรเป็นประจำพระเจ้าข้า" "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านลองไปขุดที่ ๆ พระราชาเสด็จประทับยืนที่นั้นดู
พวกอำมาตย์ข้าราชบริพารก็พากันไปขุด ก็พบขุมทรัพย์เป็นครั้งที่ ๒ ก็พากันคิดประหลาดใจว่าทำไมพระราชาองค์ใหม่ของพวกเขาจึงชี้ให้ขุดได้แม่นถึงเพียงนี้ เพราะว่าพวกเขาเองพยายามขุดค้นหาจนกระทั่งคิดว่าขุมทรัพย์ดังกล่าวนี้คงเป็นเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาอย่างไร้สาระโดยไม่มีความจริง จึงพากันโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างกึกก้องโกลาหล และพากันเข้ามากราบทูลว่าได้พบสมบัติขุมที่ ๒ แล้ว "ขุมที่ ๓ พระราชาของพวกท่านตรัสไว้ว่าอย่างไร" "ทรงตรัสว่า ขุมที่หนึ่งอยู่ภายใน" "พวกท่านได้ค้นหาหรือยังว่าอยู่ที่ใด" "พวกข้าพระเจ้าไม่ได้ค้นหา เพราะคิดว่าคงเหลวเหมือนขุมอื่น ๆ นั้นเเหละ" "ประตูหลวง พวกท่านได้สังเกตหรือเปล่าว่ามีอะไรที่น่าสงสัยบ้าง" "พวกข้าพระบาทไม่เคยสงสัย และไม่เคยสังเกตเสียด้วยว่าทีอะไร" "พวกท่านลองไปขุดใกล้ ประตูพระราชนิเวศ ในบริเวณภายในประตูดูที ถ้าโชคของเรายังดีก็อาจจะตีปัญหาออก "
พวกอำมาตย์ก็พากันไปขุด ก็พบอีกตามความบอก ก็ได้กลับมากราบทูลว่าพบได้แห่งที่ ๓ แล้วตามความคาดหมาย ได้ตรัสถามถึงขุมที่ ๔ ต่อไป พวกข้าราชบริพารก็ทูลว่า "ขุมหนึ่งอยู่ภายนอก" ก็ทรงชี้ให้ขุดที่ใกล้ประตูพระราชนิเวศ แต่อยู่ภายนอกประตู ก็ได้พบอีก ข้าราชบริพานก็โห่ร้องด้วยความยินดี ว่าพระราชาใหม่ของพวกเรานี้ช่างทรงปัญญาเกินสามัญชนทีเดียว อันขุมทรัพย์นี้พวกเราเที่ยวค้นหาตามที่ต่าง ๆ จนทอดอาลัยแล้วว่าเป็นของไม่จริง นับเป็นลาภทีพวกเราได้พระราชาที่ทรงปัญญาอย่างนี้ เมื่อกราบทูลให้ทรงทราบว่าได้พบขุมทรัพย์ที่ ๔ ก็ตรัสถามว่า "ทรงตรัสไว้เพียงเท่านี้หรืออย่างไร" "หามิได้ พระองค์ยังตรัสไว้อีก" "ตรัสไว้ว่า ขุมทรัพย์อีกขุมหนึ่งไม่ได้อยู่ข้างนอกและข้างใน" "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านจงขุดลงที่ธรณีประตูพระราชนิเวศ" เมื่อพวกอำมาตย์ราชปุโรหิตขุดลงไปที่ธรณีประตู ก็พบขุมทรัพย์ดังกล่าว "แล้วตรัสอย่างไรอีก" "ตรัสว่า ขุมหนึ่งอยู่ในที่ขึ้น" "จงขุดที่ประตูขึ้นพระราชนิเวศ" พวกอำมาตย์ได้พากันขุดลงไป ก็พบขุมทรัพย์อีกขุมหนึ่งในประตูราชนิเวศ "ตรัสว่า ขุมทรัพย์หนึ่งอยู่ในที่ลง" "พระราชาของพวกท่านเวลาเสด็จออกจากพระราชนิเวศนั้น โดยปกติเสด็จด้วยอะไร" "ส่วนมากพระองค์เสด็จทรงคชสาร เสด็จเที่ยวตรวจโรงทานและความทุกข์สุขของราษฎร "แล้วเสด็จกลับลงจากคชสาร ณ ที่ใด" "ขอเดชะ เสด็จลงเกยชาลาข้างหน้า" "พวกท่านจงไปขุดที่หน้าเกยเป็นที่เสด็จลงนั้นเถิด"
พวกอำมาตย์พากันไปขุด ก็พบขุมทรัพย์ตามที่คาดและได้ทูลให้ทราบต่อไปว่าพระราชาของพวกเขาได้ตรัสว่า "ขุมทรัพย์ขุมหนึ่งอยู่ในระหว่างไม้สี่" "พวกท่านเคยเห็นไม้รังหรือเปล่า" "เคยเห็นพระเจ้าค่ะ" "เคยมีอยู่ที่ไหนเล่า" "อยู่ในพระราชอุทยานพระเจ้าค่ะ" "ไม้รังนั้นมี ๔ ต้น หรือเปล่า" "ขอเดชะ ไม้รังนั้นมีมากกว่า ๔ ต้น แต่ว่ามิได้ขึ้นเป็น ๔ เหลี่ยม ๔ มุมเลย แต่มีขึ้นเรียงรายกันไป" "แล้วพวกท่านเข้าใจว่าอย่างไรเล่า" "พวกข้าพระองค์คิดว่าอยู่ในพระราชอุทยานเป็นแน่พระเจ้าข้า" พวกท่านเคยขุดบ้างหรือเปล่า" "เปล่าเลยพระเจ้าค่ะ" "ถ้าพวกท่านไปขุดในพระราชอุทยานก็คงเหนื่อยเปล่าเพราะจะไม่พบขุมทรัพย์ในนั้นเลย" "ถ้าอย่างนั้นจะให้ขุดที่ใดพระเจ้าค่ะ จึงจะพบขุมทรัพย์" "ท่านจงขุดที่ทวารทั้ง ๔แห่ง ที่มีพระแท่นทำด้วยไม้รังอยู่"
พวกอำมาตย์ก็ไปขุดก็พบทั้ง ๔ แห่ง และได้ทูลต่อไปว่า "พระราชาของพวกข้าพระองค์ได้ตรัสไว้อีกว่า ขุมทรัพย์อยู่ประมาณโยชน์หนึ่ง" "พวกท่านได้ขุดหาบ้างหรือเปล่าล่ะ" "พวกข้าพระองค์ได้พาไปขุดในบริเวณในป่าที่ห้างจากเมืองไปประมาณโยชน์หนึ่งพระจ้าค่ะ" "แล้วไม่พบอะไรเลยเชียวรึ" "ไม่พบเลยพระเจ้าค่ะ" "ถ้าเช่นนั้นลองทดลองดูว่าเราจะคิดปัญหานั้นตกหรือไม่พวกท่านจงลองวัดจากแท่นบรรทมไปดูข้างละ ๔ ศอก แล้วลองคุดไปดูซิจะพบอะไรบ้าง"
พวกอำมาตย์ได้วัดจากทิศตะวันออกครบ ๓ ศอก แล้วก็ขุดลงไปพบขุมทรัพย์ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตก รวม ๔ ทิศ ก็พบทั้งสิ้น จึงพากันมากราบทูล "ขอเดชะ พวกจ้าพระองค์ได้ไปขุดค้นตามที่ทรงแก้ปัญหาแล้ว ปรากฎว่าพบทุกแห่งพระเจ้าค่ะ แต่พวกข้าพระองค์ เกิดสงสัยว่าทำไมพระราชาตรัสว่าขุมทรัพย์อยู่ในโยชน์หนึ่งแต่นี้ห่างจากพระแท่นบรรทมเพียง ๔ ศอก เท่านั้น ขอพระองค์ได้โปรดให้ความแจ่มแจ้งด้วยเถิดพระเจ้าค่ะ" "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านฟังให้ดี โยชน์หนึ่งนั้นมี ๔๐๐ ศอก ใคร ๆ ก็รู้จักด้วยกันทั้งนั้น เส้นหนึ่งที ๒๐ วา ๆ หนึ่งมี ๔ ศอก นี่ก็เป็นจำนวนใหญ่ ๆ ก็พวกท่านว่าไม่พบในโยชน์หนึ่ง เราคิดว่าศอกอันนั้นจะนับเป็นวาเป็นเส้นเป็นโยชน์นั้นมีเพียง ๔ ศอกเท่านั้น เราจึงคิดปัญหาข้อนี้เพียงแค่ ๔ ศอก"
พวกอำมาตย์ข้าราชบริพารต่างก็ส่งเสียงแสดงความยินดีกึกก้องไปทั่วพระลาน "ปริศนาของพระราชาหมดแล้วหรือยัง" "ยังพระเจ้าค่ะ" "มีอะไรอีกล่ะ ว่าไปดูทีหรือ" "พระองค์ตรัสว่า ขุมทรัพย์หนึ่งอยู่ที่ปลายงา"
เจ้ามหาชนกก็ให้ขุดที่โรงไว้คชสาร ตรงที่พญาเศวตกุญชรยืนปลายงาจรดดิน ก็ได้ดังประสงค์ และให้ขุดตามที่อำมาตย์ทั้งหลายบอกปริศนาก็ได้ดังดำรัส ข้าราชบริพารทั้งหลายพากันโห่ร้องกึกก้องสรรเสริญพระปัญญาบารมีของพระองค์เอิกเกริกไปทั่วพระนคร เมื่อไต่ถามทราบว่า หมดข้อความที่พระราชาตรัสไว้แล้วก็ให้จำหน่ายจ่ายแจกพระราชทรัพย์ โดยให้จัดสร้างโรงทาน ๖ แห่งคือ กลางเมือง แห่งหนึ่ง ที่ประตูเมืองด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันตก ด้านตะวันออก รวม ๔ แห่ง และประตูพระราชนิเวศอีกแห่งหนึ่ง
แล้วตรัสให้คนไปรับพระมารดามาจากเมืองกาลจัมปา พร้อมกับให้รางวัลท่านอาจารย์ที่มารดาของพระองค์ไปอาศัยอยู่ ความจริงได้ปรากฎออกมาว่าพระองค์ไม่ใช่ใครอื่นเลยแท้ที่จริงเป็นพระโอรสชองพระเจ้าอริฎฐาชนกนั่นเอง แล้วจึงให้มีการสมโภชในการเสวยราชสมบัติ เมื่อออยู่พระองค์เดียวก็ทรงรำพึงว่า เพราะพระองค์ไม่ทอดทิ้งความเพียรพยายามในการที่เอาตัวรอดจากภัยอันตรายจึงได้ประสบสุขถึงเพียงนี้ ฉะนั้นเกิดเป็นคนควรพยายามเรื่อยไปจนกว่าจะสำเร็จความประสงค์ พระองค์ได้เสวยราชสมบัติอยู่ช้านาน จนมีพระโอรสทรงพระนามว่า ทีฆาวุ เมื่ออายุเจริญวัยแล้วก็ได้ตั้งให้เป็นอุปราช
วันหนึ่งเจ้าพนักงานพระอุทยาน ได้นำพืชพรรณชนิดต่าง ๆ มาถวาย ทรงถามได้ความว่า นำมาจากพระราชอุทยานก็คิดจะไปประพาส จึงตรัสสั่งให้ข้าราชบริพารจัดกระบวนไปเสด็จประพาส ในขณะที่ทรงช้างเสด็จถึงประตูสวนก็เห็นมะม่วงต้นหนึ่งมีลูกดก แลดูเต็มต้นไปทั้งต้น กำลังอยากเลยเสด็จลุกขึ้นยืนบนหลังช้าง เก็บมะม่วงลูกหนึ่งมาเสวย แล้วก็เลยเข้าไปประพาสในพระราชอุทยาน ทรงสำราญอยู่ในพระราชอุทยานนั้นจนกระทั่งเย็นจึงเสด็จออกมา พอถึงประตูสวน พระองค์ก็แปลกพระทัยเพราะปรากฎว่ามาม่วงต้นที่มีลูกเต็มไปหมดนั้น จะหาแม้แต่ลูกเดียวก็ไม่พบ แถมข้างล่างยังเต็มไปด้วยกิ่งก้านสาขาที่หัก ใบอ่อนใบแก่หล่นเกลื่อนกลาดไปทั้งบริเวณโคนต้น จึงตรัสถามผู้รักษาสวนว่าเป็นเพราะเหตุอะไรจึงเป็นเช่นนั้น เขากราบทูลให้ทราบว่า เพราะประชาชนเห็นว่ามะม่วงต้นนั้นพระองค์เสวยแล้ว เขาพากันมาเก็บ ต่างยื้อแย่งกัน สภาพของต้นมะม่วงจึงเป็นอย่างที่ทอดพระเนตรบัดนี้
พระองค์ได้ทรงสดับ จึงเกิดความคิดขึ้นว่า มะม่วงต้นนี้เพราะมีลูกจึงต้องมีสภาพเช่นนี้ ถ้าไม่มีลูกก็คงจะไม่ต้องหักยับเยินอย่างนี้ ถ้าเราไม่มีราช สมบัติเสียก็จะหาคนปองร้ายมิได้ พระราชาเสด็จพระนคร เสด็จขึ้นปราสาท. ประทับที่พระทวารปราสาท ทรงมนสิการถึงวาจาของนางมณีเมขลา ในกาลที่นางอุ้มพระมหาสัตว์ขึ้นจากมหาสมุทร. พระราชาทรงจดจำคำพูดของเทวดาไม่ได้ทุกถ้วยคำ เพราะพระสรีระเศร้าหมองด้วยน้ำเค็มตลอดเจ็ดวัน. แต่ทรงทราบว่า เทวดากล่าวชี้ว่าพระองค์จะยังเข้ามรรคาแห่งความสุขไม่ได้ หากไม่กล่าวธรรมให้สาธุชนได้สดับ.
นางมณีเมขลาให้พระองค์ตั้งสถาบันการศึกษา ให้ชื่อว่า ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย. แม้ในกาลนั้นก็จะสำเร็จกิจและได้มรรคาแห่งบรมสุข. พระมหาสัตว์ทรงดำริว่า : "ทุกบุคคลจะเป็นพ่อค้าวาณิช เกษตรกร กษัตริย์ หรือสมณะ ต้องทำหน้าที่ทั้งนั้น. อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่นเราต้องหาทางฟื้นฟูต้นมะม่วงที่มีผล. เมื่อพระองค์ดำริฉะนี้แล้ว พอเสด็จเข้ามาถึงพระราชวังก็ตรัสเรียกอำมาตย์มาสั่งว่า "ต่อไปนี้ไปปราสาทของเราห้ามคนไปมา นอกจากผู้ที่จะนำอาหารเข้ามาให้เราเท่านั้น เมื่อมีราชกิจใดมีมาพวกท่านจงช่วยกันพิจารณาจัดไปตามความคิด เราจะจำศีลภาวนาสักระยะหนึ่ง"
และนับแต่นั้น พระมหาชนกก็บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในพระปรางค์ประสาทมิได้เสด็จไปทางใดเลย พวกพสกนิกรทั้งหลายพากันสงสัยสนเท่ห์ว่าพระราชาของพวกเขาเสด็จไปอยู่แห่งใด เคยสนุกสนานรื่นเริงในการดูมหรสพก็มิได้มี
บัดนี้พระองค์ไปที่ใดหรือจะสิ้นพระชนม์เสียแล้ว พากันปรับทุกข์และเล่าลือไปต่าง ๆ นานา แม้จะมีเสียงเล่าลือใด ๆ แต่พระองค์ตรัสห้ามข่าวสารทั้งปวงสิ้น เมื่อบำเพ็ญสมธรรมอยู่ในปราสาทนาน ๆ เข้าก็คิดจะออกไปอยู่ป่า เพราะในพระราชวังยังมีเสียงอื้ออึงไม่มีความสงบ วันหนึ่งนายกัลบกมาเพื่อชำระพระเกศา พระมัสสุได้ทรงตรัสให้ปลงเสียทั้งหมด แล้วทรงนุ่งห่ทผ้ากาสาวะ เสด็จประทับอยู่ในปราสาท ตั้งพระทัยว่ารุ่งขึ้นจะเสด็จออกไปบำเพ็ญพรตในป่า
ในวันนั้นเองพระสิวลีเทวีผู้อัครชายา คิดว่าเรามิได้พบเห็นพระสวามีของเราถึง ๕ เดือนแล้ว ควรจะไปเยี่ยมเยือนเสียที จึงสั่งให้นางสนมกำนัลตกแต่งร่างกาย แล้วพาไป ณ ปรางค์ปราสาทของพระเจ้ามหาชนก พอย่างขึ้นบนปรางค์ปราสาทก็ให้นึกเอะใจ เพราะปรากฎว่าเส้นพระเกศาซึ่งนายภูษามาลาเก็บรวบรวมไว้ยังมิได้นำไปที่อื่น

พระมหาชนก ตอน 3

ได้ว่าเป็นวันอุโบสถ ก็ยังได้สมาทานโดยอธิษธานอุโบสถในขณะลอยคออยู่ในทะเล ..ด้วยบุญบารมีแต่ปางบรรพ์ของเจ้ามหาชนกได้ทำไว้ให้ ร้อนถึงนางเมขลา
ซึ่งกล่าวว่าเป็นผู้รักษาสมุทรดังที่เล่าไว้ในรามเกียรติ์ว่า นางเมขลาเป็นพนักงานรักษาสมุทร มีแก้วประจำตัวอยู่ ๑ ดวง ถ้านางโยนขึ้นจะเห็นแสงแวววับจับตา ซึ่งเราเรียกกันว่าฟ้าแล่บ ได้ไปเล่นกับเทพบุตรและนางฟ้าในเวลานักขัตฤกษ์ได้โยนแก้วเล่นแสง แก้วนี้ส่องไปจนรามสูรเห็นก็อยากได้ จึงไปไล่หวังจะได้แก้ว แต่ก็ไม่ได้ เพระนางเมขลาเอาแก้วส่องตาทำให้หน้ามืด เลยโมโหขว้างขวานหวังจะฆ่าซึ่งก็ไม่ถูกนาง ทางมนุษย์เราเรียกฟ้าร้องและฟ้าผ่านั้นเอง นี้แหละเป็นเรื่องของนางเมขลา เผอิญวันเรือแตกนั้นนางเมขลากำลังไปประชุมอยู่กับเทพบุตรนางฟ้า จวบจนถึงวันที่ ๘ จึงกลับมา ได้เห็นมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงช่วยพาขึ้นจากสมุทรมาไว้ในอุทยานของพระเจ้าโปลชนก แล้วก็กลับไปที่อยู่ เจ้ามหาชนก ก็นอนหลับอยู่ในสวน
เมื่อเจ้ามมหาชนกมาหลับอยู่ในพระราชอุทยาน นั้น พระเจ้ากรุงมิถิลาสวรรคตได้ ๗ วันนี้ ราชธิดาของเจ้าโปลชนกพยายามเลือกหาผู้สมควร ให้เสวยราชสมบัติแทนพระบิดา โดยป่าวร้องให้อำมาตย์ข้าราชการมาเฝ้านางจะเลือกเอาเป็นคู่ครอง นางก็ไม่เลือกใคร ต่อมาถึงวาระเศรษฐีคฤหบดีก็ไม่มีใครได้นาง นางจึงปรึกษากับราชปุโรหิตว่า จะทำอย่างไรดีจึงจะได้คนมาครองราชสมบัติ ราชปุโลหิตจึงทูลตอบว่า "ข้าแต่พระแม่เจ้า ตามโบราณมาถ้าพระเจ้าแผ่นดินไม่มีบุตรชาย ถึงแก่สวรรคตแล้ว อำมาตย์ข้าราชบริพานต่างก็จะเซ่นสรวงสังเวยเทพยดาอารักษ์ เสี่ยงราชรถออกไป ถ้าราชรถไปเกยถูกผู้ใด เห็นทีบุญแล้วก็จงเชิญมาครองราชสมบัติ" "ถ้าเช่นนั้นท่านอาจารย์จงจัดแจงทำพิธีเสี่ยงราชรถเถิด" ราชปุโรหิตจึงจัดแจงทำบวงสรวงสังเวยอธิษฐานขอไห้ได้ผู้พระทำการสืบราชสมบัติแทน แล้วเทียมรถด้วยม้ามงคลปล่อยออกไป
ม้าที่นำรถนั้นเหมือนจะมีหัวใจ หรือไม่ก็ดูเหมือนมีคนมาชักสายขับขี่ไปให้บ่ายหน้าออกประตูเมืองด้านทิศตะวันออก มุ่งหน้าตรงไปยังอุทยานที่เจ้ามหาชนกนอนหลับอยู่ ราชรถไปถึงสวนหลวงก็เลี้ยวเข้าไปภายในสวน
เมื่อถึงที่เจ้ามหาชนกนอนอยู่ ก็ไป แล่นวนอยู่สามรอบก็หยุดที่ปลายเท้าของเจ้ามหาชนก ราชปุโรหิตที่ตามราชรถไปเห็นดังนั้นจึงคิดว่า "ถ้าชายคนนี้เป็นผู้ทีบุญ เวลาได้ยินเสียงดุริยดนตรีคงจะไม่ตื่นตกใจ ถ้าไม่มีบุญคงตื่นตกใจหนีเป็นแน่" "จึงสั่งให้ประโคมดนตรีขึ้นพร้อมกันเสียงดังกึกก้อง
เจ้ามหาชนกได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม รู้สึกตัวตื่นขึ้นก็เปิดผ้าคลุมหน้าออกดู ก็เห็นคนชุมนุมกันอยู่มากมายก็รู้ได้ทันทีว่าเรานี่จะถึงแก่สมบัติแล้ว เลยชักผ้าปิดหน้านอนต่อไป ราชปุโรหิตจึงคลานเข้าปลายพระบาท เลิกผ้าคลุมออกพิจารณาดูเท้า แล้วประกาศแก่ชนทั้งปวงที่มาร่วมชุมนุมกันว่า "อย่าว่าแต่จะครองสมบัติในเมืองเท่านี้แม้ราชสมบัติทั้ง ๓ ทวิป ท่านผู้นี้ก็สามาถจะครอบครองได้
แล้วจึงสั่งให้ประโคมดนตรีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ดังยิ่งกว่าคราวแรกเสียอีก เจ้ามหาชนกจึงเปิดผ้ามองดู ราชปุโรหิตจึงทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ อย่าทรงบรรทมอยู่เลย สมบัติในเมืองมิถิลานี้มาถึงแล้ว" เจ้ามหาชนกจึงครัสถามว่า "พระเจ้าแผ่นดินของพวกท่านไปไหนเสียเล่า จึงมาหาคนอย่างเราไปเป็นพระเจ้าแผ่นดิน" "ขอเดชะ พระราชาพระองค์ก่อนได้เสด็จสวรรคตได้ ๗ วันแล้วพระเจ้าข้า" "พระราชโอรสของพระแผ่นดินท่านไม่มีหรือ" "ขอเดชะ ไม่มีพระเจ้าข้า มีแต่พระราชธิดาองค์เดียวเท่านั้น" "ถ้าอย่างนั้นเราจะรับครองราชสมบัติ"
ราชปุโรหิตจึงเอาเครื่องทรงมาถวายให้เจ้ามหาชนกทรงทำพิธีมอบราชสมบัติมอบราชบัติกัน ณ ที่นั้นเอง แล้วจึงได้เสด็จขึ้นสู่พระราชมณเฑียร
พระราชธิดาคิดจะลองดูว่าคนผู้นี้จะมีปัญญาหรือไม่จึงตรัสให้ราชบุรุษคนหนึ่งไปทูลเจ้ามหาชน ว่าพระราชธิดารับสั่งให้เสด็จเข้าไปเฝ้า แต่เจ้ามหาชนกทำเป็นไม่ใส่ใจ เพียงดำเนินชมปรางค์ปราสาท ที่นั่นก็สวย ที่นี่ก็สวย แม้พระราชธิดาจะใช้ไห้มาเชิญ ๒ ครั้ง ก็ยังปฎิบัติเช่น
ต่อมาเมื่อได้เวลาพอสมควรแล้ว เจ้ามหาชนกก็ได้เสด็จขึ้นสู่เรือนหลวง พระราชธิดาเสด็จออกมารับถึงบันได ยื่นพระหัตถ์ให้เจ้ามหาชนก ๆ จึงจับมือ พระราชธิดาพาเข้าไปประทับภายในพร้อมกับดำรัสเรียกราชปุโรหิตแล้วถามว่า "พระราชาของพวกท่านจวนจะสวรรคต ได้รับสั่งข้อความว่าอย่างไรไว้บ้าง" "บอกไว้ว่ามีอะไรบ้าง" "ขอเดชะ มีรับสั่งไว้หลายประการ" "ข้อแรก ถ้าผู้ใดทำให้สิวลีราชธิดาของเรายินดีได้ก็ให้ยกราชสมบัติให้ผู้นั้น" "ข้อนี้ไม่มีปัญหาแล้ว พระนางได้ยื่นมือให้เราพาเข้าในเรือนหลวงแล้ว ข้อต่อไปเล่า" "ข้อต่อไปนี้ให้ผู้ที่รู้จักบัลลังก์ ๔ เหลี่ยม ว่าที่ใดเป็นปลายเท้าและทางใดเป็นทางศีรษะ"
พอได้ยินเจ้ามหาชนกแกล้งทำเป็นไม่สนใจ หันไปสนทนากับสิวลีราชธิดาเสีย พร้อมถอดปิ่นจากศีรษะส่งให้พระราชธิดาซึ่งนางก็รู้ได้เท่าทัน รับปิ่นแล้ววางที่บัลลังก์ ๔ เหลี่ยม แล้วหันไปถามปุโรหิต "ท่านว่าอย่างไรข้อต่อไป" "ข้อต่อไปคือบัลลังก์ ๔ เหลี่ยม ให้รู้จักว่าทางไหนเป็นด้านเท้าและด้านศีรษะ" เจ้ามหาชนกชี้ไปที่ด้านปิ่นวางอยู่ พลางบอกว่า "ทางด้านนั้นแหละเป็นด้านศีรษะ" "ขอเดชะ ข้อที่ ๓ เรื่องประลองกำลังพะย่ะค่ะ" "ลองอย่างไร" "ที่เมืองนี้มีธนูอยู่คันหนึ่งต้องใช้คนถึง ๑.๐๐๐ คน จึงจะดึงสายธนูนี้ได้ ถ้าผู้ใดโก่งคันธนูคันนี้ได้ก็ให้ราชสมบัติแก่ผู้นั้น" "ข้อนี้ไม่ยาก พวกท่านไปเอาธนูคันนั้นมา"
ราชปุโรหิตจึงให้ทหารไปเอาธนูอันใหญ่โตมโหฬารมา ณ ที่นั้น เจ้ามหาชนกก็เสด็จลงไปหยิบคันธนูขึ้นมา ประดุจว่าของเบา แล้วลองขึ้นสายโก่งดูได้อย่างง่ายดายเพระเจ้ามหาชนกทรงกำลังประดุจช้างสาร เสร็จแล้วก็ลดสายวางคันธนูลงดังเก่า "ข้อต่อไปเป็นเรื่องของการค้นหาขุมทรัพย์" "พระองค์ตรัสไว้อย่างไร" "พระองค์ตรัสว่า ขุมทรัพย์แห่งหนึ่งอยู่ในที่พระอาทิตย์ขึ้น "เวลานี้ไม่พอจะค้นหาขุมทรัพย์ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยค้นหากันเถิด" เป็นอันว่าวันนั้นเจ้ามหาชนกได้แสดงทั้งปัญญา และกำลังปรากฎแก่มหาชนทั้งปวงแล้ว
รุ่งขึ้น เจ้ามหาชนกก็ได้ให้ประชุมราชปุโรหิต และเสนาข้าราชบริพารทั้งปวงแล้วถามว่า "ขุมทรัพย์ข้อต้นของพระราชาว่าอย่างไร" "ขอเดชะ" ราชปุโรหิตกล่าวว่า "ข้อแรกที่ว่าขุมทรัพย์ ที่ ๑ ของเราอยู่ในที่พระอาทิตย์ขึ้น" "พวกท่านคิดว่าอย่วงไร" "พวกข้าพระองค์คิดว่าขุมทรัพย์นี้คงจะอยู่ในทางทิศตะวันออกของพระราชวัง พระเจ้าข้า" "แล้วพวกท่านทำอย่างไรต่อไป" พวกข้าพระองค์ก็พากันขุดค้นในภาคพื้นทางด้านตะวันออก ในที่ ๆ สงสัยว่าจะฝังขุมทรัพย์ไว้" "แล้วได้ผลเป็นอย่างไร" "ผลคือไม่พบขุมทรัพย์อะไรเลย" "ก็เป็นอันว่าพวกท่านไม่สามารถจะค้นหาได้แล้วใช่ไหม" "พระเจ้าข้า" "พระราชาของพวกท่าน ยังนิมนต์พระเข้ามาในพระราชนิเวศน์เพื่อถวายทานบ้างหรือเปล่า" "ขอเดชะ ข้อนั้นเป็นกิจวัตรประจำวันของพระราชาของพวกข้าพระองค์ทีเดียว พระองค์นิมนต์พระปัจเจกโพธิมารับอาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์ทุกวัน" "พวกท่านทราบไหมว่าพระปัจเจกโพธินั้นเวลาพระราชาของพวกท่านเสด็จไปรับที่ใด หรือให้ใครไปคอยรับ" "ขอเดชะ พระราชาเสด็จประทับยืนคอยรับอยู่ ณ บริเวณพระลานประจำเสมอ โดยมิได้ส่งใครไปคอยรับแทนพระองค์เลย" "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านจงไปขุดในที่ ๆ พระราชาของพวกท่านยืนคอยรับอยู่ที่นั้นเถิด"
พวกอำมาตย์ได้ยินดังนั้นก็ให้จัดแจงจอบเสียมแล้วพาไปขุดในที่นั้น ก็พบสมบัติของพระราชาเป็นขุมแรก ก็พากันดีประหลาดใจ เมื่อกลับมาก็พากันส่งเสียงด้วยความปีติว่า "ขอเดชะ ขุมทรัพย์ที่พระองค์ชี้ให้ขุดนั้นพบแล้วพระเจ้าข้า" "เออ พบแล้ว ขุดขึ้นเสียให้หมด แล้วนำมาเก็บไว้ในพระคลังหลวง" "พวกข้าพระองค์สงสัย" "สงสัยอะไรล่ะ" "ทำไมพระองค์จึงชี้ให้ขุดที่นั้น"

พระมหาชนก ตอน 2

เมื่อขึ้นเกวียนเพราะความเหนื่อยและเพลียในการที่ระหกระเหิน พระนางก็เอนกายลงพักผ่อนและก็เลยหลับไป นางตื่นขึ้นในตอนเย็น ก็พบว่านางได้ถึงเมืองแห่งหนึ่ง จึงถามตาคนขับเกวียนว่า ตาจ๋า เมืองที่เห็นอยู่ข้างหน้านั้นเขาเรียกว่าเมืองอะไร" "เมืองกาลจัมปาที่แม่หนูต้องการจะมานั้นเเหละ" "โอ.? ตา เขาว่าเมืองกาลจัมปาไกลตั้ง ๖๐ โยชน์ทำไมถึงเร็วนัก" "แม่หนูไม่รู้ดอก ตาเป็นคนเดินทางผ่านไปมาเสมอ ย่อมจะรู้จักทางอ้อม นี่ตามาทางลัดจึงเร็วนัก" เทวดาว่าเข้านั้น บ้านอยู่ทางเหนือ จะต้องรีบไป ให้พระนางลงเสียตรงนี้ พระนางจึงลงจากเกวียนไปพักอยู่ที่ศาลาหน้าเมือง คิดไม่ตกว่าจะไปทางไหนดี เพราะเมืองนี้นางไม่รู้จักใครเลย ในขณะนั้นอาจารย์ผู้ใหญ่ผู้หนึ่งพาลูกศิษย์เดินทาง ผ่านมาทางนั้น เห็นนางนั่งอยู่ในศาลาหน้าตาน่าเอ็นดูเกิดความสงสารเข้าสอบถามได้ความว่า นางหนีภัยมาจากข้าศึกมา ญาติพี่น้องก็ไม่มี นางดูลักษณะ เห็นว่าเป็นคนดีก็ยอมไปด้วย และได้แสดงตนให้บรรดาศิษย์และคนอื่นทราบว่านางเป็นน้องของอาจารย์ผู้นั้น และได้ไปอาศัยอยู่กับอาจารย์ฐานะน้อง จวบจนกระทั่งนาง ได้คลอดบุตรว่า มหาชนก มหาชนกเมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาไปกับเด็กทั้งปวง ถูกรังแกก็ต่อสู้ เด็กเหล่านั้นสู้ไม่ได้ วิ่งไปบอกพ่อแม่ว่าถูกเด็กลูกไม่มีพ่อทำร้ายเอา เมื่อเด็กพูดกันบ่อย ๆ มหาชนกก็เกิดสงสัย วันหนึ่งสบโอกาสจึงถามมารดาว่า "แม่จ๋า ใครเป็นพ่อฉัน" "ก็ท่านอาจารย์นั้นเเหละเป็นบิดาของเจ้า" ครั้งแรกพระมหาชนกก็เชื่อ แต่เมื่อได้ยินพวกเด็ก ๆ ยังพูดอยู่เช่นนั้นก็เกิดสงสัย ดีร้ายมารดาเห็นจะไม่บอกกับเราจริง ๆ แม้ครั้งที่สองมหาชนกถามมารดาก็ตอบเช่นเดียวกับครั้งแรก มหาชนกจึงคิดหาอุบายจะให้มารดาบอกให้ได้ แม่จ๋า ขอให้บอกความจริงกับฉันเถิดว่า ใครเป็นพ่อของฉัน" "ก็ท่านอาจารย์ยังไงเล่าเป็นพ่อของเจ้า" "ทำไมแม่ให้ฉันเรียกว่าลุงเล่า" "เพราะอาจารย์อยากให้เรียกเช่นนั้น"
มหาชนกก็ยื่นคำขาดว่า "ถ้าแม่ไม่บอกความจริงให้ฉันทราบ ฉันจะกัดนมแม่ให้ขาดเลย" ไม่ใช่แต่พูดเปล่า ๆ มหาชนกเอาฟันดัดหัวนมมารดาจริง ๆ ด้วย แต่ไม่แรงนัก "โอ้ย ?แม่เจ็บ" มารดาอุทานออกมา "เมื่อเจ็บแม่ต้องบอกความจริงให้ฉันรู้" "เอาล่ะ แม่จะบอกให้รู้ แต่ที่ยังไม่บอกเจ้าก็เพราะเจ้ายังเล็กนักไม่สามารถทำอะไรได้ เจ้าเป็นลูก
กษัตริย์เมืองมิถิลานครบิดาของเจ้าชื่ออริฐชนก ถูกเจ้าอุปราชโปลชนกแย่งสมบัติ พ่อเจ้าตายในที่รบ มารดากำลังท้องอยู่ก็หลบหนีเซซัดมาอาศัยอยู่กับท่านอาจารย์ ณ ที่นี้" และนับตั้งแต่นั้นมาเจ้ามหาชนกแม้จะถูกพวกเด็ก ๆ ว่าลูกไม่มีพ่อก็ไม่มีความโกรธเคือง และพยายามเล่าเรียนวิชาการทุกประเภท เพื่อต้องการจะกลับไปเอาราชสมบัติคืนให้จงได้ จวบจนกระทั่งอายุได้ ๑๖ ปี เจ้ามหาชนกก็เรียนศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการจบหมด ผิวพรรณของเจ้ามหาชนกผ่องใสเปรียบเหมือนทองคำความคิดที่จะเอาสมบัติของพ่อคืนก็มากขึ้น วันหนึ่งจึงเข้าไปถามมารดาว่า "แม่จ๋า แม่จากเมืองมาแต่ตัวหรือว่าได้สมบัติของพ่อมาบ้าง" "เจ้าถามทำไม" "เพราะว่าลูกต้องการจะเอาไปทำทุน แก้แค้นเอาสมบัติของพ่อกลับคืนมา" "แม่เอาแก้วมาด้วย ๓ ดวง เป็นแก้ววิเชียน ๑ ดวง มณีดวง ๑ แก้วมุกดาดวง ๑ แก้วทั้ง ๓ นี้ มีราคามาก หากจะมาขายก็ได้เป็นเงินเป็นจำนวนมาก พอที่จะทำทุนสำหรับเอาราชสมบัติของพ่อเจ้ากลับคืนมาได้" "ลูกต้องเอาเพียงครึ่งเดียว เพี่อจะทำทุนไปค้าขายยังสุวรรณภูมิ จะได้รวบรวมเงินทองและผู้คนเพื่อชิงเอาราชสมบัติของพระบิดากลับคืนมาให้ได้" "เจ้าอย่าไปค้าขายเลย เอาแก้วสามดวงนี้แหละขายซ่องสมผู้คนเถิด เจ้าไปไกลแม่เป็นห่วง"
เจ้ามหาชนกก็ไม่ยินยอม มารดาจึงเอาเงินทองมาให้ เจ้ามหาชนกก็ซื้อสินค้าบรรทุกสำเภาเตรียมจะไปค้าขาย ณ สุวรรณภูมิกับพวกพ่อค้ามากหน้าหลายตาด้วยกัน เมื่อจัดแจงเรียบร้อยแล้ว มหาชนกก็มาลามารดาเพื่อจะเดินทาง "เจ้าจงเดินทางโดยสวัสดิภาพ คิดอะไรให้สมปรารถนา" มารดาเจ้ามหาชนกให้พรแถมท้ายว่า "เจ้าจงอย่าจองเวรเลยสมบัติมันเสียไปแล้ว ก็แล้วไปเถิด เรามีอยู่มีกินก็พอสมควรแล้ว" แต่เจ้ามหาชนกก็บอกว่าอยากจะเดินทางท่องเที่ยวเป็นการเปิดหูเปิดตา และจะไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ในขณะที่เจ้ามหาชนกลงเรือเพื่อเดินทางไปค้าขายยังสุวรรณภูมินั้น ก็พอกับเจ้าโปลชนกกำลังประชวรหนักอยู่ในเมืองมิถิลานคร หลังจากที่ออกเดินทางเห็นแต่น้ำกับฟ้าแล้วประมาณได้สัก ๗ วัน เรือก็ประสบเข้ากับมรสุมอย่างหนัก ผลสุดท้ายเรือบรรทุกสินค้า และผู้โดยสารก็อัปปางลงท่ามกลางเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้กลัวตาย แต่เจ้ามหาชนกมิได้คร่ำครวญร่ำไรอย่างคนอื่นเขา กับ ๑๕ วา นับว่าเป็นระยะไกลมาก ขณะที่เรือของเจ้ามหาชนกอับปางนั้น ก็พอดีกับเจ้าโปลชนกซึ่งครองราชสมบัติอยู่ ณ กรุงมิถิลา เสด็จสวรรคตเพราะโรคาพาธ .. เจ้ามหาชนกมิได้ท้อถอย พยายามว่ายน้ำกระเสือกกระสนเพื่อจะให้รอดจากความตาย กล่าวว่านานถึง ๗ วัน และในวันที่ ๗ กำหนด

พระมหาชนก ตอนที่ 1

ในอดีตที่ล่วงมาแล้ว มีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งนามว่า มหาชนก เสวยราชสมบัติในเมืองมิถิลา ท้าวเธอมีโอรสสองพระองค์ องค์หนึ่งนามว่า อริฎฐชนก อีกองค์หนึ่งมีนามว่าโปลชนก พระองค์ได้ทรงตั้งอริฎฐชนกในตำเเหน่ง อุปราช และโปลชนกในตำเเหน่ง เสนาบดี ต่อมาเมื่อท้าวเธอสวรรคตแล้ว อุปราชก็ได้ขึ้นครองแผ่นดินเสวยราชสมบัติแทน และได้แต่งตั้งเจ้าโปลชนกผู้เป็นน้องให้เป็นอุปราช ในขณะเมื่อเจ้าอริฎฐชนกเป็นอุราชอยู่นั้นก็รู้สึกว่าเป็นคนยุติธรรมดีอยู่ แต่เมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้วหูเบา ฟังแต่ถ้อยคำคนประจบสอพลอ เพราะตามธรรมดาคนประจบสอพลอนั้น จะต้องหาเรื่องฟ้องคนนั้นคนนี้อยู่เสมอ เพราะคนไม่ทำงานแต่ก็อยากได้ความชอบ และการได้ความชอบโดยไม่ต้องทำงานวิธีง่ายที่สุดคือเหยียบย่ำผู้อื่นให้ตกแล้วตนจะได้แทนตำแหน่งนั้น ตามธรรมดาของโลกย่อมจะมีเช่นนี้ตลอดกาล ผู้ทรงอำนาจกับความหูเบามักจะเป็นของคู่กัน ถ้าใครได้อ่านพงศาวดารจีน หรือแม้แต่ประวัติศาตร์ของไทย จะเห็นความหูเบามักจะทำไห้บ้านเมืองต้องพินาศ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน
เจ้าอุปราชโปลชนกถูกกล่าวหาจากผู้ใกล้ชิดของพระเจ้ากรุงมิถิลาว่าจะทำการกบฎ เพราะเจ้าอุปราชทรงอำนาจในทางการเมืองมาก ครั้งแรกก็ยัง ไม่ยอมเชื่อ ครั้งที่สองก็ชักลังเล พอครั้งมี่สามก็ทรงเชื่อเอาเลย ลืมคิดว่าผู้เป็นน้องของพระองค์ที่คลานตามกันออกมาแท้ ๆ ลักษณะเช่นนี้เข้าหลักที่ว่า
"อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลักไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว"
แม้ความรักระหว่างพี่กับน้องก็ตัดได้ ถึงกับสั่งให้จับพระมหาอุปราชไปคุมขังไว้ยังที่แห่งหนึ่ง โดยหาความผิดมิได้มีคนควบคุมอยู่อย่างแข็งแรง เจ้าอุปราชถูกควบคุมโดยหาความผิดมิได้ ก็คิดจะหลบหนีออกไป จึงตั้งสัตย์อธิษฐานว่า "ขอเดชะพระเสื้อเมืองทรงเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตัวข้าพเจ้ามิได้คิดทรยศต่อที่ชายเลย แต่กลับถูกจับคุมขังทำโทษหาความผิดมิได้ ถ้าใจของข้าพเจ้าซื่อสัตย์ต่อพี่ชายจริงแล้ว ขอให้โซ่ตรวนขื่อคาตลอดจนประตูคุก จงเปิดให้ประจักษ์เถิด"
พอสิ้นคำอธิษฐานเท่านั้นด้วยความสัตย์สุจริตของมหาอุปราช บรรรดาเครื่องจองจำทั้งหลายก็หลุดออกจากกายของพระองค์ประตูเรือนจำก็เปิด มหาอุปราชก็เลยหนีออกจากที่นั้นไปซุ่มซ่อนอยู่ตามชายแดน
พวกพลเมืองได้ทราบข่าวอุปราชหนีออกมา และเห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินเชื่อถือแต่คำสอพลอถึงกับกำจัดน้องในไส้จึงพากันเห็นใจเจ้าอุปราช ๆ ก็ไพล่พลมากขึ้น ตอนนี้พระเจ้าแผ่นดินไม่กล้าส่งคนออกติดตามแล้ว เพราะกลัวจะเกิดศึกกลางเมืองขึ้น เพราะทราบดีว่าถ้าส่งคนออกไปจับเจ้าอุปราชก็คงจะต้องสู้จึงเลยทำเป็นใจดีไม่ติดตาม
เจ้าอุปราชรวบรวมไพล่พลได้พอสมควรแล้วก็คิดว่า "ครั้งก่อนเราซื่อสัตย์ต่อพี่ชาย แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎถูกจับคุมขัง จนต้องทำสัตยาอธิษธานจึงหลุดพ้นออกมาได้ ต่อไปนี้เราจะต้องทำความชั่วตอบแทนพี่ชายบ้างล่ะ"
เมื่อตัดสินใจเช่นนี้แล้ว เจ้าโปลชนกก็รวบรวมไพล่พลเสบียงอาหาร พร้อมแล้วก็ยกกองทัพเข้ามายังมิถิลานคร บรรดาหัวเมืองรายทางรู้ว่าเป็นกอง ทัพของพระเจ้าโปลชนก ก็ไม่สู้กลับเข้าด้วยเสียอีก เจ้าโปลชนกก็เลยได้คนมากขึ้นอีก ทัพก็ยกมาได้โดยเร็วเพราะหาคนต้านทานมิได้ ตราบจนกระทั่งถึงชานพระนคร จึงมีสาส์นส่งเข้าท้ารบว่า "พระเจ้าพี่ ครั้งก่อนหม่อมฉันไม่เคยจะคิดประทุษร้ายพระเจ้าพี่เลย แต่หม่อมฉันก็ต้องถูกจองจำทำโทษที่พระเจ้าพี่เชื่อแต่คำสอพลอ บัดนี้หม่อมฉันจะประทุษร้ายพระเจ้าพี่บ้างล่ะ ถ้าจะไม่ให้เกิดสงคราม ขอให้พระเจ้าพี่มอบราชสมบัติให้หม่อมฉันเสียโดยดี ถ้าไม่ให้ก็จงเร่งเตรียมตัวออกมาชนช้างกับหม่อมฉันในวันรุ่งขึ้น
พระเจ้าอริฎฐชนก พอมาถึงตอนนี้ก็ต้องตกกระไดพลอยโจน จึงคิดจะยกพลออกไปต่อสู้กัน แต่ในขณะนี้นพระอัครมเหสีทรงพระครรภ์อยู่ พระเจ้าอริฎฐชนกจึงตรัสเรียกมาสั่งว่า "น้องหญิง ขึ้นชื่อว่าสงครามแล้วไม่ดีเลย เพราะมีแต่ความพินาศเท่านั้น ประดุจสาดน้ำรด กันก็ย่อมจะเปียกปอนไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องที่คาดหมายลงไปแล้วแน่นอนว่าจะชนะฝ่ายเดียวนั้นก็ไม่ได้ พี่จะยกพลออกไปสู้กับเจ้าโปลชนก หากพี่เป็นอะไรไป เจ้าจงพยายามรักษาครรภ์ให้จงดีเจ้าจงคิดถึงลูกของเราให้มาก"
แล้วก็ยกพลออกไป และก็เป็นตามลางสังหรณ์ที่พระเจ้าอริฎฐชนกคาดว่าจะแพ้ก็แพ้จริง ๆ เพราะเมื่อได้ชนช้างกับเจ้าโปลชนกก็พลาดพลั้งเสียที ถูกเจ้าโปลชนกฟันสิ้นพระชนม์กับคอช้าง ไพล่พลก็แตกกระจัดกระจายพ่ายหนีอย่างไม่เป็นกระบวน
พระเทวีได้ทราบข่าวว่าพระสวามีสิ้นพระชนม์ และประชาชนพลเมืองแตกตื่นอุ้มลูกจูงหลานหนีข้าศึก พระนางก็เก็บของมีค่าใส่ลงใน กระเช้า เอาผ้าเก่า ๆ ปิดแล้วแอาข้าวสารใส่ข้างบน แล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่า ๆ ร้องไห้ฟูมฟายหลบหนีปะปนไปกับประชาชนพลเมือง โดยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร "จะหนีไปทางใดจึงจะรอดพ้นจากข้าศึก" พระนางคิดอยู่แต่ในใจ แล้วระลึกขึ้นได้ว่า "เมืองกาลจัมปาอยู่ทางทิศเหนือกับมิถิลา ถ้าหากหลบหนีไปเมืองนี้ได้ก็ปลอดภัย" จึงพยายามดั้นด้นไปจนออกประตูด้านเหนือของเมืองได้
ด้วยบุญญาธิการของทารกในครรภ์ บันดาลให้ร้อนไปถึงพระอินทร์ เข้าลักษณะที่ว่า "ทิพย์อาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา กระด้างดังศิลาประหลาดใจ จะมีเหตุมั่นแม่นในแดนดิน " อมรินทร์เร่งคิดสงสัย จึงสอดส่องทิพย์เนตรดูเหตุภัย ก็ได้ทราบว่าพระโพธิสัตว์ซึ่งอยู่ในครรภ์ของพระนางจะได้รับทุกข์ พระนางจะไปเมืองกาลจัมปาแต่ก็ไม่รู้จักหนทาง เดี๋ยวนี้ไปนั่งถามทางผู้คนที่ผ่านไปมาอยู่ ณ ศาลาพักคนเดินทางจำจะต้องอนุเคราะห์ ถ้าไม่อนุเคราะห์หัวเราจะต้องแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง เออ.? คิดดูก็น่าหนักใจแทนพระอินทร์เสียจริง ไม่ว่าคนมีบุญจะตกทุกข์ได้ยากอย่างไร เป็นต้องเดือดร้อนไปกับเขาด้วยเสมอ เวลาเขาเสวยสุขสิไม่ เคยคิดถึงพระอินทร์เลย จึงเนรมิตตนเป็นคนชรา ขับเกวียนผ่านมาทางนั้น พระนางพอเหลือบแลเห็นก็ออกปากถามทันที
"ตาจ๋า หลานอยากจะรู้ว่าเมืองกาลจัมปาอยู่ทางไหน" "แม่หนูจะไปไหนล่ะ" "ฉันจะไปเมืองกาลจัมปา" "ญาติฉันมีอยู่ทางเมืองนั้น สามีออกไปรบข้าศึกก็ตายเสีย ฉันก็เลยจะพึ่งพาอาศัยญาติอยู่" "ถ้าอย่างนั้นดีทีเดียว ตาก็จะไปเมืองกาลจัมปาเหมือนกันแม่หนูมาขึ้นเกวียนเถิด" เหมือนเทวดามาโปรด และแท้ที่จริงก็เทวดามาโปรดจริง ๆ

ดูนิสัยคน จากตัวเลขวันเกิด

โดย จอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์

การทำนายนิสัยจากตัวเลขเป็นตำราของฝรั่ง คิดขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทำนายนิสัยของคนที่เกิดในวันที่ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มด้วยกัน วิธีการจัดกลุ่มก็คือถ้าวันเกิดเป็นเลขหลักเดียวอยู่แล้วก็ใช้ได้เลยส่วนผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่10-31 ก็ ต้องนำตัวเลขตัวหน้ากับตัวหลังมาบวกกันให้เป็นเลขหลักเดียวเช่น ถ้าเกิดวันที่ 25 ก็ต้องนำเลข 2 บวกกับเลข 5 จะได้เท่ากับ7 เป็นต้น แล้วนำตัวเลขไปอ่านคำทำนายต่อไปนี้

1. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1( ผู้ที่เกิดวันที่ 1, 10, 19, 28)

เป็นผู้ต้องการมีชีวิตแบบ ' หมายเลขหนึ่ง ' คือไม่อยากเป็นรองใครมีภาววิสัยเป็นผู้นำไม่ชอบเป็นผู้ตามคนเลข 1 นี้จะไม่ค่อยชอบทำงานราชการชอบที่จะก่อร่างสร้างตัวจากธุรกิจการงานของตนเองมากกว่าและก็จะทุ่มเทให้กับงานเต็มที่ด้านความ รัก จะเป็นคนรักเดียวใจเดียวเสมอต้นเสมอปลายมั่นคงในความรักมาก ผู้ที่จะเป็น คนรู้ใจของ 1 ได้เหมาะสมที่สุด คือ ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 4 จะเป็นทั้งเพื่อนกายและเพื่อนใจคู่คิดคู่เคียง ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งส่วนบริวารที่จะเข้ากันได้กับ 1 ก็คือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 2

2. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 2 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 2, 11, 20, 29)

คนเลข 2 เป็นผู้ที่เหมาะแก่การเป็นยอดขุนพลคู่ใจของแม่ทัพเนื่องจากว่าบุคคลหมายเลข 2 นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการจัดการอย่างมีระบบมีความอดทนและเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน มักจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่างๆ ด้านความรักถ้าคน เลข 2 รักใครมักจะไม่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งอาจมีเพียงแววตาเท่านั้นที่พอจะบ่งบอกให้รู้ คนเลข 2 จะสามารถจดจำรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนรักได้อย่างน่าอัศจรรย์และเมื่อรักใครแล้วก็มักจะอยากให้คนรักมีระเบียบเช่นเดียวกับตนและ บุคคลที่จะเข้าคู่กับคนเลข 2 ได้ดีคือบุคคลผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 7 คนเลข 2 จะสร้างความมั่นคงและสมบูรณ์พูนสุขให้กับครอบครัวอย่างยากที่จะมีใครเทียบได้จนบางครั้งอาจจะถึงรุ่นหลานเหลน

3. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 3( ผู้ที่เกิดวันที่ 3, 12, 21, 30)

คนเลข 3 เป็นผู้ตั้งเป้าหมายของชีวิตไว้สูงในขณะเดียวกันก็ชอบให้วิถีชีวิตเป็นไปตามทำนองคลองธรรมเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ และยึดมั่นในหลักการ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีเป็นผู ้ที่เข้ากับคนได้ง่าย ด้านความรัก คนเลข 3 จะทำตามกรอบธรรมเนียมประเพณีและกติกาของสังคมจะ ไม่มีการแหกกฎหรือทำอะไรแผลงๆ ดำเนินการไปตามขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจีบจนถึงการแต่งงาน และเมื่อแต่งงานปัญหาเรื่องญาติพี่น้องของคนรักมักจะน้อยหรือไม่มีเลยทั้งนี้ก็เนื่องมาจากคุณสมบัติประจำตัวของคนเลข 3 ที่เข้ากับคนได้ง่ายนั่นเอง คู่ของคนเลข3 ที่จะเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษคือผู้ที่มีหมายเลขประจำตัว 6 และ 9

4. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 4( ผู้ที่ เกิดวันที่ 4, 13, 22, 31)

คนเลข 4 เป็นผู้ที่มีสามัญสำนึกในเรื่องต่างๆ เป็นเยี่ยมตัดสินใจเรื่องใดมักจะไม่พลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือคนประกอบกับเป็นผู้ที่รู้เหตุรู้ผล รู้จักคุณค่าของเงินทำให้สามารถตั้งหลักปักฐานได้รวดเร็วยิ่งกว่าผู้ใดเป็นผู้ที่บุคคลอื่นมักจะให้ความเชื่อถือ ยิ่งร่วมงานกับผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1 ยิ่งส่งเสริมกันและกันด้านความรัก ถึงแม้คนเลข 4 จะไม่ใช่คนเจ้าชู้แต่มักจะมีคนมาแอบชอบหรือหลงรักทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าคนเลข 4 นอกจากจะเป็นผู้ที่มีฐานะดีแล้วยังมีปฏิภาณในการเดาใจผู้อื่นได้แม่นยำการทำให้ผู้ที่ติดต่อด้วยมีความนิยมและพอใจผู้ที่เป็นคู่รักจึงต้องทำใจให้หนักแน่นหน่อยคู่ที่เหมาะคือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 8

5. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 5 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 5, 14, 23)

คนเลข 5 เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของคนเป็นอย่างดีเป็นพื้นฐานส่งเสริมให้มีความสามารถเป็นพิเศษทางด้านจิตวิทยาหรือการบริหารงานบุคคลซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ต่ออาชีพการงานที่ต้องแนะแนวหรือให้คำปรึกษา เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากจนบางครั้งแทบจะไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเลยเรื่องดวงยิ่งไม่สนใจ คนเลข 5 จะซ่อนอารมณ์ไว้ไม่แสดงออกจนกว่าจะถึงเวลาที่เขาหรือเธอตกลงปลงใจแน่นอนแล้วแต่ ไม่ได้หมายความว่าไม่รักเพียงแต่เก็บไฟรักไว้และปลดปล่อยออกมาเมื่อถึงเวลาเท่านั้น คนเลข 5 จะเป็นกลางกับทุกกลุ่มเลข ไม่เป็นพิเศษกับเลขประจำตัวใด แต่กลับไปผูกพันกับเวลาแทนโดยที่มักจะเกิดเหตุการณ์สำคัญในวันที่หรือเวลาที่เป็นเลข 10

6. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 6( ผู้ที่เกิดวันที่ 6, 15, 24)

คนเลข 6 เป็นคนง่ายๆ ไม่ค่อยมีพิธีรีตองเป็นผู้ที่มีอารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่ชอบฝ่าฝืนระเบียบหรือกฎเกณฑ์เป็นคนพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงไม่ค่อยจะทะเยอทะยานไขว่คว้าหาตำแหน่ง ดูผ่านๆคนทั่ว ไปจะเห็นว่าคนเลข 6 ไม่มีความก้าวหน้ าแต่ในความจริงแล้ว ถ้าคนเลข 6 ได้ทำงานที่ตนชอบก็จะทุ่มเทและสามารถรุ่งเรืองได้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่หาผู้เปรียบได้ยากแต่ไม่ใช่ในฐานะนักบริหารแสวงหาความสุขความพอใจมากกว่าจะคำนึงถึงเงินจึงมักใช้จ่ายเงินอย่างง่ายๆ ไม่ค่อยเก็บสะสมด้านความรัก คู่ของคน เลข 6 ไม่สามารถจะเก็บเขาหรือเธอไว้เป็นของท่านเพียงคนเดียวเพราะคนเลข 6 เป็นผู้ที่ชอบสังคมวิธีที่ดีที่สุดคือท่านควรไปกับคู่ของท่านด้วยเพื่อนหรือบริวารของคนเลข 6 คือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 3 กับ 9 และถ้าสังเกตดูจะพบว่าสิ่งที่คนเลข 6 ได้ครอบครองมักจะมีเลขสามตัวนี้เกี่ยวข้อง คือ 3, 6 และ 9

7. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 7( ผู้ที่เกิดวันที่ 7, 16, 25)

คนเลข 7 แม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีอารมณ์แปรปรวนไม่ค่อยแน่นอน บางครั้งเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งแต่บางครั้งอ่อนไหว แต่ก็เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นง่ายและชอบคนที่จริงใจตอบ ชอบแสวงหาประสบการณ์ ความเร้าใจ จึงมักจะพาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับกามารมณ์ การพนัน และสิ่งเสพติดอย่างเลี่ยงไม่พ้น แต่ก็จะเป็นคนทันคน ยากที่จะถูกใครหลอก มีแต่จะหลอกคนอื่นเขา ด้านความรัก รูปลักษณะภายนอกของคนเลข 7 มักจะเป็นที่ สะดุดตา มีเสน่ห์ และโดยที่คนเลข 7 เห็นว่าเรื่องความรักและกามารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคิดจะรักกับคนเลขนี้ ต้องทำใจกับเรื่องดังกล่าวตามตำรากล่าวไว้ว่า คนเลข 7 มักจะแพ้ทางคนที่มีเลขประจำตัวเป็นเลข 2 คู่ที่เป็นคนเลข 2 จึงพอจะอยู่ ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

8. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 8( ผู้ที่เกิดวันที่ 8, 17, 26)

คนเลข 8 เป็นผู้ที่ มีไหวพริบสูง สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง มีวาทศิลป์เป็นเลิศสามารถเจรจา โน้มน้าวจูงใจคนได้ดี แต่มักมีอารมณ์ไม่คงเส้นคงวา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตั้งเป้า หมายชีวิตไว้สูงและชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย ทำให้วิถีชีวิตของคนเลขนี้ค่อน ข้างผาดโผน อาจขึ้นสูงสุดและตกลงมาต่ำสุดได้บ่อยๆ แต่คนเลข 8 เป็นผู้ที่มีความ ทรหดอดทน พยายามต่อสู้กับอุปสรรคให้ถึงที่สุด ซึ่งส่วนมากมักจะชนะเสีย ด้วย ด้านความรัก คนที่คิดจะมาเป็นคู่ของคนเลข 8 ถ้าต้องการให้คนเลข 8 สนใจ จะต้องเป็นผู้ที่มีความเด่นเป็นพิเศษ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะคนเลข 8 ชอบอะไรที่สูงกว่ามาตรฐานและสามารถสนับสนุนเป้าหมาย ของเขาได้ นอกจากนี้ยังต้องแสดงให้คนเลข 8เห็นว่าท่านเข้าใจธรรมชาติของเขา ยอมรับและได้เตรียมตัวเตรียมใจ รับการเปลี่ยนแปลงทุกสถานการณ์ ถ้าทำได้ดังที่กล่าวมาจะสร้างความประทับใจให้แก่ คนเลข 8 ได้มาก คนเลข 8 มักจะสมพงศ์กับผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1 และ 4

9. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 9 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 9, 18, 27)

คนเลข 9 เป็นคนรักธรรมชาติชอบสันโดษ เอางานเอา การ ค่อนข้างสุภาพและขี้อาย ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยากให้ผู้อื่นมาพึ่งพิงจึงมักเห็นคนเลขนี้เป็นครูหรือนักบวช หรืองานสนับสนุนที่ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับใครด้านความรัก คนเลข 9 ต้องการเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองจะไม่ชอบคนที่เอะอะเอ็ด ตะโร หรือแข็งกระด้าง ชอบคนที่นุ่มนวล อ่อนโยน และเป็นช้างเท้าหลัง(หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงว่าเป็น) และเป็นคนโรแมนติก ร้อนแรงเมื่อถึงเวลา จนอาจทำให้ท่านประหลาดใจ เพื่อนหรือบริวารที่เข้ากันได้ดีคือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1

ดวงชะตา ปี 2552 โดย หมอลักษณ์

ท่านที่เกิดในราศีเมษ
(เกิดระหว่างวันที่ 13 เมษายน - 13 พฤษภาคม)

ในปี 2552 นี้ คุณที่เกิดในราศีเมษ ถือว่าเป็นปีทอง เป็นปีที่คุณจะเริ่มต้นชีวิตของคุณ แล้วสามารถนำไปสู่ความสำเร็จคืนกลับมา เรียกว่าโชคดี ชีวิตของคุณจะรุ่งโรจน์ขอให้คุณอย่างอมืองอเท้า ...ฟันธงครับ คนที่เกิดราศีเมษเป็นราศีเดียวกับดวงเมืองประเทศไทย จากการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจเขาบอกว่าดวงประเทศไทยจะแย่ แต่ผมดูแล้วจะมีสิ่งดีๆ อีกหลายสิ่งหลายอย่างจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เพราะประเทศไทยคือราศีเมษ ส่งผลให้คนที่เกิดราศีเมษจะดีตาม ส่วนจะดีในเรื่องอะไร อย่างไร ต้องติดตามครับ

การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน หากมีการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย จะสอบได้ ...ฟันธง แปลว่า การเรียนจะประสบความสำเร็จแบบถึงอกถึงใจ


การงาน คุณมีมุมของชะตาชีวิตที่จะได้งาน ใครที่ตกงานจะได้งาน ใครที่มีการงานทำอยู่แล้วจะเจริญก้าวหน้า ใครที่รับราชการ ตำแหน่งก็จะสูงขึ้น ในกรณีที่เป็นลูกน้องลูกจ้าง แน่นอน ..เจ้านายจะเพิ่มเงินเดือนให้ ส่วนใครที่ลงทุนทำการค้า รับรอง ซื้อง่ายขายคล่อง ผมมั่นใจ ...ฟันธง ถ้าเกิดจะขยับขยาย คิดจะลงทุนเพิ่ม จะดีไหม ...ลุย รับรองว่าคุณจะประสบความสำเร็จกับการงานที่คุณทำ ด้วยศักดิ์และสิทธิ์แห่งความเป็นโหร สิ่งนี้จงแม่นยำ


การเงิน เมื่อการงานดี เงินก็ไหลมาเทมา คุณจะมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ ใครเป็นหนี้ หนี้สินจะหมดไป น้องๆ หนูๆ ที่อยู่ในวัยเรียน สามารถอ้อนคุณพ่อคุณแม่ ให้ซื้อในสิ่งที่เราต้องการหรือปรารถนา ส่วนใครที่เป็นนักลงทุนทำการค้า คิดจะกู้ยืมเงินจากธนาคารก็กู้ได้ ใครที่คิดจะสะสมเงินให้เป็นกอบเป็นกำ ที่ผ่านมาเก็บเงินไม่อยู่ ปีนี้เก็บอยู่ ผมมั่นใจ ...ฟันธงครับ


ความรัก ปีนี้เป็นปีที่เรื่องของการงานโดดเด่น ความรักก็ไม่แพ้กัน ความรักก็มีความสุขดี ในกรณีที่คุณยังไม่เจอคู่ ปีนี้คุณจะเจอคู่แท้ ... ฟันธง คู่ของคุณจะเป็นคนที่หน้าตาดี มีเสน่ห์ แต่ถ้าเกิดทั้งดำทั้งขี้เหล่ แปลว่าไม่ใช่ ส่วนใครที่มีคู่ครองแล้ว จะมีบุตรไว้สืบตระกูลในปีนี้แน่ๆ ... ฟันธง เรื่องของการงานจะเสริมเรื่องของความรัก โดยเฉพาะใครที่เจอคู่รักจากที่ทำงาน ใครที่มีการทำงานร่วมกับคู่รักหรือคนรัก รับรองว่าจะเสริมดวงชะตาเป็นอย่างดีในปีนี้


สุขภาพและอุบัติเหตุ คุณที่เกิดในราศีนี้เป็นคนคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ซุ่มซ่าม จึงต้องระวังการใช้มีดหรือของมีคม หรือการเดินเหินที่ไม่ระมัดระวังจะเตะโน่น สะดุดนี่ หรือทำให้มีดบาด มีการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ เกิดขึ้นกับคุณได้ตลอดทั้งปีครับ แต่อุบัติเหตุใหญ่ๆ ไม่ปรากฏ


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา คือ การไหว้พระเสริมดวงสำหรับปีนี้ คุณควรไปไหว้พระหลักเมือง และพระที่สำคัญ คือ พระแก้วมรกต หลวงพ่อโสธร หรือจะขึ้นไปไหว้พระในที่สูง เช่น ไปไหว้พระบนยอดภูเขาทอง วัดสระเกศ พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งนี้จะทำให้ชีวิตของคุณขึ้นสู่ที่สูง แล้วมีความรุ่งโรจน์ มีความเจริญก้าวหน้าไปตลอดปี ...ฟันธงครับ อันนี้จะเป็นสิริมงคล เสริมชะตาราศี จะทำให้ดวงชะตาของคุณ เฮงตลอดปี


ท่านที่เกิดในราศีพฤษภ
(เกิดระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน )

คุณที่เกิดในราศีพฤษภ ในปี 2552 นี้ ดวงตก โอ้โฮ ..ใจแป้วเลยสิท่า แต่มีทางแก้ อย่ากลัว เดี๋ยวจะบอกให้ว่าจะต้องทำอย่างไร ดาวพฤหัสบดีเป็นมรณะกับดวงชะตา แล้วก็จะคงอยู่แค่ปีเดียว คนเรามีขึ้นมีลง มีทุกข์มีสุข ต้องเข้าใจเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องลำดับต้นก่อน จะได้ไม่ประมาท เพราะฉะนั้นจะทำอะไร จะลงทุนอะไร เดี๋ยวผมจะบอกว่าจะต้องทำอย่างไร

การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ช่วงนี้จะอ่านเขียนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง แล้วเพื่อนฝูงมักชวนนอกลู่นอกทาง ต้องระวัง คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้มงวดกวดขันกับบุตรหลานของคุณที่เกิดในราศีนี้ แล้วประการสำคัญ จะเจอวิชาที่ตัวเองเบื่อเซ็ง การเลือกคณะหรือการสอบเอนทรานซ์จะมีความผิดพลาด หรือมีความผิดหวัง วิธีการแก้ไขคือ ถ้าอ่านหนังสือกลางวันแล้วไม่จำ ให้เปลี่ยนมาอ่านกลางคืนแล้วจะจำ หรือไปศึกษาต่อต่างถิ่นต่างแดนในช่วงปิดภาคเรียน ถ้าทำอย่างนี้ก็สามารถแก้ไขได้

การงาน คุณที่อยู่ในวัยทำงาน อย่าเพิ่งน้อยใจประชดเจ้านายแล้วลาออก รับรองว่า จะตกงานเลย แล้วตกงานอยู่ 1 ปี ถ้าเกิดใครมาชวนลงทุน ขยับขยายทำการค้า อย่าเป็นอันขาด มีสิทธิ์เจ๊งมากกว่าเฮง ประคับประคองสิ่งที่ทำไป ส่วนใครที่ไม่ได้ทำงาน แล้วเกาะเขากินอยู่ ถ้าเกิดอยู่ในราศีนี้ ปีนี้จะดี อันนี้เป็นข้อแปลก ปีนี้ใครอยู่ในราศีนี้ ดวงตก แต่ถ้าบังเอิญกำลังตกงานอยู่แล้วขอเงินพี่ชายใช้ คุณกลับจะได้ใช้เงินมากขึ้น แปลกไหม ...


การเงิน สภาพคล่องทางการเงินมีปัญหา ต้องระมัดระวัง อย่าซื้ออะไรเงินผ่อน อย่าวางแผนลงทุนที่จะต้องใช้เงินลงไป อย่าให้ใครหยิบยืมสตางค์ อย่าไปค้ำประกันหรือรับรองใคร เพราะจะมีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และไม่ประมาท บัตรเครดิตอย่ารูดปื๊ด รูดปื๊ด มิฉะนั้นจะมีปัญหาแน่ๆ


ความรัก ความรักในปีนี้จะทุกข์ใจ มีสิทธิ์ถูกหลอกฟัน มีสิทธิ์ที่จะพลาดท่ากับคนแปลกหน้าที่เราคิดว่าใช่ เขาอาจจะมีคู่อยู่แล้ว แล้วเขาบอกว่า ไม่มี ระวังเถิด เพราะว่าคู่ของเขานั้นร้ายนัก คุณจะถูกกระทำย่ำยีทางหัวใจ ถ้าคุณยังเป็นโสด ..อย่าคิดลองรัก ส่วนใครที่มีคู่อยู่แล้วต้องประคับประคอง คุณอาจจะผิดหวังแต่ไม่ใช่ผิดพลาด เช่น แฟนคุณไปเรียนต่างประเทศในปีนี้พอดี ก็ต้องติดต่อหรือไปมาหาสู่กันเป็นระยะ มิฉะนั้นคุณจะเสียเขาไป และที่สำคัญอย่าปล่อยให้มีบุตรในปีนี้ เพราะอาจจะแท้งหรือหลุด หรือจะได้ลูกดื้อ


สุขภาพและอุบัติเหตุ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เรื่องการเดินทางไกล ถ้าไม่จำเป็น ทั้งทางเครื่องบินและทางน้ำ อันตรายครับ รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะไปไหนในยามวิกาลหรือยามราตรี ต้องระมัดระวัง สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา เดี๋ยวผมจะบอกในช่วงท้ายๆ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี ควรไปหาคุณหมอ ตรวจร่างกายทุก 6 เดือน มีอะไรจะได้รีบรักษาเลย


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา คุณที่เกิดในราศีพฤษภควรย้ายบ้าน ย้ายที่อยู่ หรือถ้าอยู่ในบ้านเดิม ก็เปลี่ยนห้องนอน จัดมุมห้องใหม่ และควรหาองค์ไฉ่ซิงเอี๊ยะ หรือท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มาไว้คุ้มครองรักษาตัว ประการสำคัญ สิ่งที่คุณควรจะทำอีกอย่างหนึ่งก็คือ ควรทำประกันชีวิตเอาไว้ จะได้เป็นหลักประกันที่มั่นคงสำหรับคนรอบตัวของคุณ ถ้าคุณเป็นคนดี คิดดีและทำดี เทวดาจะคุ้มครอง


ท่านที่เกิดในราศีเมถุน
(เกิดระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน - 14 กรกฎาคม)

สำหรับคนที่เกิดราศีเมถุน ในปี 2552 จะเป็นปีทองผ่องอำไพ ชีวิตสดใส เปรียบประดุจพระอาทิตย์ในยามเที่ยงวัน ...ฟันธงครับ ดวงชะตาของคุณจะรุ่งโรจน์ ทุกสิ่งอย่างที่หวังและปรารถนา เป็นรอบจังหวะของกาลเวลาที่มีดาวแห่งโชคลาภมาเล็งดวงชะตาของคุณ
การเรียน ใครที่คิดเรียนต่อจะสมหวังตามที่ปรารถนา ใครที่ติดขัด อึดอัด มีปัญหา จะมีข้อสรุปที่เป็นความสำเร็จในปีนี้ ...ฟันธงครับ


การงาน ใครที่เบื่องาน แล้วอดทนมาตลอด ปีนี้คิดอยากเปลี่ยนแปลง จะได้งานที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น …ฟันธง ส่วนใครที่ทำงานแล้วยังชอบใจ ยังมีความรู้สึกดีๆ กับที่เดิม จะได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น ได้รับเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น จะได้รับโบนัสพิเศษ หรือจะได้รับโอกาสที่ดีๆ ..ฟันธง ส่วนใครที่เป็นพ่อค้า นักลงทุน จะมีเกณฑ์ลงทุนขยับขยาย และประสบความสำเร็จ ให้สังเกตว่าน้ำหนักคุณจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย คนดวงดีนี่นะ เหมือนกับเทพแห่งความสำเร็จคือ พระพิฆเณศวร์ เพราะฉะนั้นในปีนี้งานรุ่งโรจน์ ผมมั่นใจ


การเงิน ปีนี้คุณจะเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ...ฟันธง เพราะฉะนั้นเรื่องการเงินมีความโดดเด่นมาก จะมีลู่ทาง มีช่องทาง คือมีงานทั้งข้างนอก รับทั้งข้างใน และรับทั้งเงินพิเศษและเงินประจำ ใครที่มีกิจกรรมของการงานที่มากกว่างานประจำ รับรองว่าคุณจะมีโชคลาภ คนที่เกิดราศีนี้เป็นราศีที่ต้องพูด จึงจะดี เพราะฉะนั้นในปีนี้รับรองว่าเงินทองไหลมาเทมาตลอดทั้งปี จนหาที่เก็บแทบไม่ทัน .. ฟันธงครับ


ความรัก คุณจะเจอคู่แท้และสมหวังในความรัก ...ฟันธง ที่ผ่านมาถ้าเจอแล้วรู้สึกเซ็ง ไม่ใช่ ปีนี้ ใช่แน่ การที่คนเราจะมีความรักนั้นแปลว่า หวังหรือปรารถนาที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา แต่บางคนไม่ได้ปรารถนา และรู้สึกว่าอยากอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นในปีที่เรามีเกณฑ์จะเจอคู่ก็แปลว่าเจอคู่หู เจอคู่ที่ทำให้เกิดความสุข ที่สามารถพึ่งพาอาศัย เป็นที่ปรึกษาหารือ หรือเป็นคนที่รู้ใจในแทบทุกเรื่อง แล้วทำให้เรามีความสุข ส่วนใครที่มีคู่ครองอยู่แล้ว ในปีนี้คุณมีโอกาสมีบุตรเอาไว้สืบวงศ์ตระกูล และจะเป็นลูกที่มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด นี่คือเรื่องราวของความรัก คุณจะสมหวังในปีนี้อย่างแน่นอน


สุขภาพและอุบัติเหตุ คุณจะมีปัญหาเกี่ยวข้องกับโรคกระดูกและฟัน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคลม การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ส่งผลต่อโรคกระเพาะ ลำไส้ และจะเป็นแบบปุบปับฉับพลัน ที่ทำให้ต้องเข้าไปนอนในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นคุณจะต้องระวังเรื่องอาหารการกิน การจัดวินัยของการรับประทานอาหาร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา การไปไหว้พระพิฆเณศวร์ เทพแห่งความสำเร็จ เป็นเทพที่มีพลังที่จะอวยชัยให้คุณประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น และประการสำคัญ ในปีนี้นั้นดวงชะตาของคุณถือว่าดี ควรทำบุญตลอดทั้งปี หาโอกาสทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ไปทำบุญครั้งหนึ่ง แล้วอุทิศบุญกุศลให้เทพเทวาที่รักษาตัวคุณ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จตามที่ปรารถนา

ท่านที่เกิดในราศีกรกฎ
(เกิดระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม)

คุณที่เกิดในราศีกรกฎ ในปี 2552 นั้น ดวงชะตามีเกณฑ์มีเคราะห์และมีโชค สลับสับเปลี่ยนกันไป เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่คุณต้องติดตาม ดวงชะตาในครึ่งปีแรก มีเคราะห์ ครึ่งปีหลัง มีโชค ..ฟันธง เพราะฉะนั้นต้องติดตาม


การเรียน ในครึ่งปีแรก การสอบ การอ่านเขียนเรียนหนังสือจะไม่สมหวัง จะมีเหตุให้ผิดพลาด ต้องระมัดระวัง ต้องตั้งใจ แปลว่า ถ้าคิดจะทำอะไร คิดจะสอบเรียนต่อ คิดจะไปเรียนต่างประเทศ บางทีสิ่งที่คิดหรือสิ่งที่จะทำนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ใช่ในความเป็นตัวเอง แต่กำลังลองผิดลองถูก แล้วก็จะเสียเวลา นี่คือข้อสรุปครับ


การงาน ชะตาชีวิตครึ่งปีแรก โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนนั้นจะมีปัญหาอย่างมาก แล้วพอพ้นจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป ชีวิตก็จะลงล็อค ลงตัว จะประสบความสำเร็จ ดวงชะตาเป็นช่วงขาขึ้น ขาขึ้นคือช่วงวันที่ 21 เมษายน เป็นต้นไป เวลาประสบความสำเร็จ เหมือนผีจับยัด อะไรก็ดีไปหมด แต่ก็อยู่ในช่วงประมาณ 5-6 เดือน แล้วก็จะกลับมาผันผวนอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่คงที่ เพราะฉะนั้นทุกย่างก้าวของรอยต่อของชีวิตในปี 2551 ต้องไม่ประมาท ต้องวางแผนยุทธศาสตร์ของชีวิต ต้องมีการสรุปทางก้าวเดินของชีวิตในเรื่องของการงาน แล้วจะคงที่อีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนธันวาคม แล้วก็ต่อจนถึงปี 2552


การเงิน คุณที่เกิดในราศีกรกฎไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็ตามทีจะมีมุมของชะตาชีวิตที่มีเรื่องทุกข์ใจ เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน คนที่จนจะจนมากขึ้น จะมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น คนที่รวยจะมีความทุกข์เพราะเงินที่คุณมี คนที่เกิดในราศีกรกฎ จะมีความทุกข์ทั้งที่มีเงินและไม่มีเงิน แปลกดีนะ !!


ความรัก คุณที่เกิดในราศีกรกฎ ครึ่งปีแรก รับประทานแห้ว แต่พอพ้นเดือนมิถุนายนไปแล้ว คุณจะเจอใครบางคนที่รู้ใจ แต่ให้ดูกันไปก่อน ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน คุณจะได้คู่ที่หน้าแก่กว่าคุณ 5 - 7 ปี ถ้าเกิดว่าคุณได้คู่เด็กกว่า จะไม่ใช่คู่แท้ เป็นเพียงคู่ผ่าน คุณที่มีคู่แล้ว ในครึ่งปีแรก จะมีปัญหา มีเรื่องระหองระแหง แต่พอหลังเดือนมิถุนายนไปแล้ว คุณจะสมหวัง คุณจะมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่คุณรัก คุณจะเจอคนที่รู้ใจ แต่ให้คุณดูไปอีกระยะหนึ่ง เพราะว่ายังไม่คงที่ในเรื่องราวของความรัก และปีนี้ไม่ควรมีบุตร ถ้ามีบุตร บุตรจะดื้อ มีปัญหา


สุขภาพและอุบัติเหตุ คุณจะต้องดูแลสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะเรื่องความเครียด อุบัติเหตุของการขับยวดยานพาหนะ การเดินทางทางเครื่องบินและทางเรือนั้น ไม่น่ากลัว แต่ทางรถยนต์นั้น น่าเป็นห่วง ทางแก้ไขเรื่องราวของเคราะห์และภัยทางนี้มีอยู่ คือ คุณหาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เอามาแขวนไว้ในรถ


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ปีนี้ควรหาโอกาสไปสักการะหลวงปู่ทวด คุณไปกราบสักการะขอพร และไปเช่าบูชาหลวงปู่ทวดมาแขวนไว้ในรถ รับรองว่าคุณจะแคล้วคลาดปลอดภัยทุกประการ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่คุณทำแล้วเสริมดวงชะตาคือ ควรหาโอกาสไปในต่างถิ่นต่างแดน ในประเทศที่มีเวลาเร็วกว่าประเทศไทยหรือได้ไปเที่ยวทะเลเกาะแก่ง กลับมาแล้วจะทำให้คุณมีพลังชีวิตที่จะจัดการกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตได้ดีขึ้นครับ

ท่านที่เกิดในราศีสิงห์
(เกิดระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน)

คุณที่เกิดในราศีสิงห์ ในปี 2552 เป็นปีที่ยังเผชิญกับคราวทุกข์และคราวเคราะห์แบบกดดัน ในปีนี้จะมีดาวดวงหนึ่งคือดาวเสาร์ทับราศีเกิด แล้วราหูก็เล็งดวงชะตา ดาว 2 ดวงนี้เป็นดาวร้าย คุณกำลังจะมีสภาพอย่างนี้ คือ มีสภาพเหมือนกับถูกเสาเข็มตอกลงมาบนหัวคุณ แล้วที่พื้นก็เป็นพื้นที่เอาแก้วกระเบื้องทุบเอาไว้ แล้วคุณก็ยืนเหยียบอยู่ นี่แหละ คุณจะมีสภาวะที่ถูกอัดด้วยดาวร้ายทั้ง 2 ดวง เพราะฉะนั้น ชีวิตคุณน่าเป็นห่วง

การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน จะต้องมีความขยันให้มาก ต้องอ่านหนังสือ ต้องอ่านตำรับตำรา ต้องเรียนพิเศษ กวดวิชา โดยเฉพาะคนที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัย จะต้องขยันเรียนทั้งในวิชาหลักและวิชาเลือก จะมีความเครียด คุณต้องมีความตั้งใจให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็น 2 เท่า จึงจะผ่านไปได้


การงาน ดวงชะตาในปีนี้ มีเกณฑ์ที่จะตกงาน เสียตำแหน่ง ใครที่เป็นข้าราชการ อาจจะเกษียณ อาจจะต้องลาออก อาจจะต้องเออรี่ รีไทร์ หรือถูกให้ออก เศรษฐกิจก็แย่ มีมุมของคราวเคราะห์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใครที่ลงทุนค้าขาย ก็จะซื้อไม่ง่าย ขายไม่คล่อง กิจกรรมในเรื่องของการค้าการขาย มีปัญหา นี่คือเรื่องที่น่าเป็นห่วง ในปีนี้คุณไม่ควรทำการลงทุนหรือขยับขยายอะไรทั้งสิ้น ประคับประคองในสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีที่สุด ถ้าคุณตกงานอยู่ คุณควรสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไปเรียนวิชาชีพอะไรก็ตามที่สามารถเริ่มต้นทำงานด้วยตัวเองได้ ที่ไม่ต้องไปพึ่งใคร แล้วทำเล็กๆ แบบเศรษฐกิจพอเพียง คุณจึงจะผ่านวิบากกรรมไปได้


การเงิน คุณมีเกณฑ์ที่จะถูกยืมเงิน มีเกณฑ์ที่จะต้องใช้เงินเพราะญาติพี่น้องหรือคนรอบตัวป่วย รวมถึงตัวคุณป่วย แล้วต้องใช้เงินก้อนใหญ่ไปกับการรักษา ใช้เงินก้อนใหญ่กับการที่คุณจะต้องแก้ปัญหาชีวิต เพราะฉะนั้นปีนี้เป็นปีที่ไม่ดีเลยเกี่ยวกับเรื่องการเงินของคุณ คุณจะต้องบริหารและจัดการให้ดี


ความรัก ชีวิตรักของคุณนั้นใครเป็นคนโสด คนที่เข้ามาจะหลอกลวงทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจหรือเจ็บปวด ในกรณีที่คุณมีคู่ครองแล้ว คู่ของคุณจะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือพลัดพรากห่างไกล หรือคู่ครองของคุณอาจจะสร้างปัญหา สร้างแรงกดดัน ที่ไม่ได้ทำให้เกิดกำลังใจ คุณจะต้องมีความอดทน ถ้าอดทนไม่ได้หรือว่าไม่ใช่ ก็คือต้องจบ ใครที่เป็นโสด แล้วไม่คิดจะมีใครในปีนี้ ถือว่าโชคดีไปสำหรับการที่ยังอยู่คนเดียว และคุณยังมีเพื่อน ก็คือตัวของคุณเองนั่นแหละ


สุขภาพและอุบัติเหตุ การเจ็บไข้ได้ป่วย จะเกิดขึ้นกับญาติ และคนรอบตัวของคุณ ส่วนอุบัติเหตุนั้น คุณจะต้องระมัดระวังอุบัติเหตุทางอากาศและอุบัติเหตุจากไฟ ชัดเจนมากเลย ทางอากาศก็คือ การเดินทางไกลโดยเครื่องบิน หรือว่าการตกจากต้นไม้หรือที่สูง ควรทำประกันอัคคีภัยหรือทำประกันชีวิตเอาไว้ จะเป็นการดี

สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ในปีนี้ คุณควรหาโอกาสไปทำบุญ ปฏิบัติธรรม เพราะบุญเท่านั้น ที่จะช่วยคุ้มครองชีวิตของคุณ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือหาโอกาสบวช ในกรณีที่คุณเป็นสุภาพสตรีนั้นก็คือการบวชชีพราหมณ์ ให้นุ่งขาวห่มขาว และรับศีล 8 คุณที่เป็นสุภาพบุรุษ ก็หาโอกาสไปบวชพระหรือบวชเณรสักระยะหนึ่ง และสิ่งสำคัญก็คือ ถ้าหากว่าคุณมีโอกาสที่จะเดินทางไกลไปต่างประเทศได้ แล้วไปอยู่สักระยะหนึ่ง คือ 1 ปี แล้วไปเรียนต่อ ไปทำงาน คุณควรไปทันที เพราะชีวิตของคุณจะดี แล้วพ้นจากเคราะห์นั้น ...ฟันธง

ท่านที่เกิดในราศีกันย์
(เกิดระหว่างวันที่ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม)

คุณที่เกิดในราศีกันย์ ในปี 2552 จะมีดาวพฤหัสบดีโคจรเป็นสี่กับดวงชะตา ในทางโหราศาสตร์มีหลักเกณฑ์ดังนี้ครับ “อนึ่ง จันทร์เป็นสิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์ พฤหัสสี่ทรงศักดิ์ แช่มช้อย ศุกร์สามดั่งนี้ จักเจริญยิ่ง ยศนา” แปลว่าคนที่เกิดราศีกันย์มีดาวพฤหัสบดีเป็นสี่กับดวงชะตา ตั้งแต่ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน จะได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับงาน ...ฟันธงครับ

การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน เรื่องของการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย จะสอบได้ จะสมหวัง จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความปลาบปลื้มใจ

การงาน คนที่อยู่ในวัยทำงาน แล้วเป็นลูกน้องลูกจ้าง เจ้านายจะเมตตา รักใคร่คุณมากเป็นพิเศษ แล้วให้โอกาสในการทำงานที่ตรงกับความชอบและตรงกับความรู้ ความสามารถของตัวคุณเอง และเป็นสิ่งที่คุณต้องการ แล้วคุณก็จะมีความสุขกับโลกของการทำงาน ส่วนใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ก็จะมีเกณฑ์ของการขยับขยายและมีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จจากการขยับขยายหรือการลงทุนเพิ่มเติมนั้น ... ฟันธง


การเงิน เมื่อการงานดี ก็จะมีเงินไหลมาเทมาจากการทำงานนั้นทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นปีที่คุณสามารถเก็บออม และเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ปีนี้คุณจะทำงานได้เงินมากกว่าเดิม เป็นสิบเท่า ร้อยเท่า จะมีอะไรเกิดขึ้นแบบมหัศจรรย์ พันลึก ถึงอกถึงใจ ก็ขอให้ปีนี้เป็นปีทองผ่องอำไพ กับการเงินที่สดใสตลอดทั้งปี ...ฟันธง


ความรัก เป็นปีที่คุณจะสมหวังกับการได้เพื่อนที่ดี มากกว่าการมีแฟนที่ดี ที่ไม่ใช่ความรักแบบชู้สาว แต่เป็นความรักที่เป็นสัมพันธภาพแบบมิตรแท้ ส่วนใครที่คิดจะมีคู่ ต้องหาคู่ในลักษณะที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าคุณ 10 ปีขึ้นไป เป็นคนที่มีความรอบรู้ เป็นผู้ใหญ่ ถ้าเขาไม่เป็นผู้ใหญ่กว่าคุณ คุณก็จะรู้สึกว่าเขาเด็ก แล้วรู้สึกว่าไม่รู้จะเอามาเป็นคู่ทำไม คนที่เป็นสุภาพสตรีควรคิดอย่างนี้ ส่วนคนที่เป็นผู้ชาย คุณควรหาคู่ที่แก่กว่า อย่างน้อยเขาก็จะเป็นคนที่ทันคุณ เพราะคุณเป็นคนที่แก่เกินวัย คิดเกินวัย ประการสำคัญ คุณจะไม่มีปัญหากับเรื่องราวของความรัก ถ้ามี ก็จะเป็นเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ แล้วคุณจะผ่านไปด้วยดีครับ


สุขภาพและอุบัติเหตุ สุขภาพของคุณนั้นดี แข็งแรง ไม่มีปัญหาอะไร แล้วประการสำคัญ จะมีโรคอยู่โรคหนึ่งคือโรครำคาญ เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเชื้อโรค และอีกโรคหนึ่งคือ โรคขี้บ่น และโรคหลงๆ ลืมๆ แต่คุณไม่ต้องกลัว เพราะว่าจะเป็นแค่ปีเดียวนะ ในปีหน้าก็จะหมดไป แต่คุณอย่าไปมีความสุขกับการเป็นโรคอย่างนี้นะ เพราะว่าเดี๋ยวมันจะอยู่กับคุณแบบไม่ไปไหน


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา การที่คุณได้มีโอกาสให้กำไรให้กับชีวิต ควรไปท่องเที่ยวให้สนุก จะไปเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร เกาะ ทะเล หรือจะไปเที่ยวต่างประเทศ และเจอสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จากการไปท่องเที่ยว ก็ให้ไปกราบสักการะ ขอพร แล้วคุณจะสมหวัง ไม่จำกัดว่าต้องไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพองค์ใด ขอให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่ที่คุณเดินทางผ่าน การทำอย่างนี้จะเป็นสิริมงคลสำหรับชีวิตของคุณตลอดทั้งปีครับ


ท่านที่เกิดในราศีตุลย์
(เกิดระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน)

ณที่เกิดในราศีตุลย์ มักจะเป็นคนเที่ยงตรง รักอิสระ ในปี 2552 เป็นปีที่คุณจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ..ฟันธงครับ

การเรียน คุณสามารถที่จะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงและมีความเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะได้รับความสำเร็จจากสอบเข้าศึกษาต่อ


การงาน คนที่ทำงานอยู่ในองค์กรหรือหน่วยงานจะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ...ฟันธง และประการสำคัญ ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม คนที่เกิดในราศีตุลย์จะมีโอกาสสร้างความมั่งคนให้เกิดขึ้นในชีวิตและทรัพย์สิน จะต้องมีเกณฑ์ของการเดินทางไกล เปลี่ยนแปลง โยกย้าย หลายท่านที่เป็นข้าราชการ ต้องมีการพลัดพราก ย้ายที่ ย้ายถิ่น และประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การงานที่คั่งค้างตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แล้วรอความสำเร็จ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือนมกราคม จนถึงเดือนเมษายน นำพามาซึ่งเงินทอง ใครที่ตกงานจะได้งาน ใครที่มีการงานอยู่ การงานจะเจริญก้าวหน้า และจะได้รับการยอมรับ มีชื่อเสียง หลายคนที่อยู่ในราศีตุลย์แล้วอยากเข้าวงการบันเทิง คุณจะมีชื่อเสียงในปีนี้ ..ฟันธงครับ


การเงิน คุณมีโอกาสได้เงินก้อนงาม จะได้รับเงินก้อนใหญ่จากธุรกิจที่คั่งค้าง หรืองานที่ทำค้างไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ดอกผลจะเกิดขึ้นในปีนี้อย่างแน่ๆ ในปีนี้คุณจะถูกสถาปนาให้เป็นคนที่มีอันจะกิน เป็นเศรษฐีรายใหม่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ...ฟันธง เพราะฉะนั้นเรื่องราวของการเงินก็ไม่มีปัญหาตลอดทั้งปี ในปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งความมั่นคง เป็นปีแห่งการสะสม


ความรัก คุณอาจจะไม่มีเวลาให้กับคนรัก มีเกณฑ์ของการเลิกรา พลัดพราก หรือหย่าร้าง เป็นปีแห่งความเศร้าสำหรับคุณที่จะมีความรัก คนที่ผ่านเข้ามานั้นจะไม่มีโอกาสที่จะไปสานความสัมพันธ์หรือผูกกันเป็นคู่ยาวในกาลต่อไป เพราะฉะนั้นการที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนที่รู้ใจในระยะเวลาสั้นๆ อาจจะทำให้เกิดความชุ่มชื่นในหัวใจ แต่คุณก็จะเกิดสภาวะที่เหมือนกับเป็นเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวที่กลัวฝน คือพอจะจริงจังปั๊บ คุณก็ไม่เอา เพราะฉะนั้นวิถีชีวิตของความรักยังไม่ลงตัว คุณจะต้องรอไปอีกสักประมาณ 3 - 4 ปีข้างหน้าครับ


สุขภาพและอุบัติเหตุ เป็นเรื่องราวที่น่าเป็นห่วง สุขภาพของคุณจะมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับช่องท้อง หลอดลม ทางเดินหายใจ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบกระดูก ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดเอว กระดูกมีปัญหา ช่องท้องหรือลำไส้จะมีปัญหา เรื่องของโรคร้ายในกระเพาะ ยังมีส่วนที่น่าเป็นห่วง คุณต้องไปตรวจร่างกายกับคุณหมออย่างรัดกุม


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณอยากรู้ ที่จะนำมาซึ่งโอกาสแห่งความสำเร็จที่มากกว่าคนอื่น เพราะว่าฟ้าเปิดให้กับคุณแล้ว ควรหาโอกาสไปกราบสักการะ พ่อปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ ที่หน้าโรงพยาบาลวิชัยยุทธหรือที่โรงพยาบาลสงฆ์ จะเป็นสิริมงคลสำหรับคุณ ไปขอพรจากฤๅษี จะช่วยทำให้คุณมีพลังความคิด มีพลังชีวิตที่ดีเกิดขึ้นแบบอัศจรรย์ใจ นี่คือสิ่งที่อยากจะแนะนำให้คุณได้ทำ แล้วเสริมชะตาราศี สำหรับในปีชวดนี้ครับ ขอให้คุณโชคดี

ท่านที่เกิดในราศีพิจิก
(เกิดระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม)

คุณที่เกิดในราศีพิจิก ในปี 2552 นี้ เป็นปีแห่งความร่ำรวย ความร่ำรวยจะปรากฏขึ้นในชีวิตของคุณ ...ฟันธง ชีวิตของคุณตั้งหลักตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นคุณมีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของความรัก


การเรียน การงานและการเงิน และมีโอกาสรวยอย่างเห็นได้ชัดตามมุมของดวงชะตา
การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ในปีนี้จะสมหวังในเรื่องของการเรียนทุกประการ ความตั้งใจในปีนี้ จะเป็นผลดี คือทำให้คุณสอบได้ ทำให้ได้รับคะแนนดี ทำให้ได้รับชัยชนะในการแข่งขันอันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเรียน ให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูล ทำให้คุณชื่นใจ และทำให้คนที่คุณรักชื่นใจ


การงาน ถ้าเกิดคุณเป็นลูกน้องลูกจ้าง การที่จะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือมีโอกาสได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากเจ้านาย ในปีนี้มีความเป็นไปได้อย่างสูงครับ ส่วนใครที่ทำธุรกิจ ทำการค้า แล้วเริ่มต้นทำตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในปีนี้คุณจะประสบความสำเร็จ แล้วนำไปสู่ความร่ำรวย ... ฟันธง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่คุณทำ จะประสบความสำเร็จอย่างสูง ขอให้คุณมีความตั้งใจ คนที่เกิดในราศีนี้ ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง ของสวยงาม ของกินของใช้ จะไปได้ดีครับ


การเงิน เป็นรอบที่ดีที่สุดในรอบ 12 ปี ซึ่งในปีนี้ คุณจะมีเงินเป็นกอบเป็นกำ ได้รับเงินก้อนใหญ่ จะมีความมั่นคงในเรื่องของการเงิน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 จนถึงประมาณเดือนเมษายน ปี 2551 คุณจะมีโอกาสได้รับเงินก้อนงาม ขอให้คุณมีความขยัน ขยัน ขยัน แล้วคุณจะรวย ... ฟันธงอีกทีครับ


ความรัก คุณจะมีคู่ที่รู้ใจ ให้กำลังใจ ช่วยเหลือเกื้อกูล ถ้าคุณยังไม่เจอ ก็จะพบเจอในปีนี้ แล้วมีโอกาสจะพบเจอในช่วงต้นปี คนที่มีคู่แล้ว คู่ครองจะช่วยเหลือในเรื่องการงานของคุณได้เป็นอย่างดีครับ เรื่องความรักจะมีความสุขตลอดทั้งปีตามที่ปรารถนา หรือจะมีบุตรเอาไว้สืบวงศ์ตระกูลก็สามารถมีได้ในปีนี้ แล้วคุณจะโชคดีเช่นเดียวกัน


สุขภาพและอุบัติเหตุ ในปีนี้ ไม่มีปัญหาอะไร สุขภาพของคุณมีความแข็งแรง แข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เมื่อกายดี ใจก็ดี ทุกอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไรให้ทุกข์ใจ อุบัติเหตุก็ไม่มี ดวงคนจะดี อะไรก็หยุดไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้คุณโชคดีไปตลอดทั้งปีครับ


สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา เมื่อดวงชะตาของคุณดีแล้ว คุณควรหาโอกาสไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงดี นั้น แปลว่า สดใส เป็นสีทองผ่องอำไพ คุณควรไปกราบสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย หรือหาโอกาสไปกรวบหลวงพ่อพระทองคำที่วัดไตรมิตร สิ่งนี้จะทำให้ชีวิตของคุณมีความรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง และมีความสดใสตลอดไป ...ฟันธง นี่คือเรื่องราวของคุณที่เกิดในราศีพิจิกตลอดทั้งปีครับ

ท่านที่เกิดในราศีธนู
(เกิดระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม - 15 มกราคม)

คุณที่เกิดในราศีธนู ดวงชะตาของคุณในปี 2552 นี้ เป็นปีที่คุณจะต้นพบตัวเอง ว่าคุณต้องการอะไร แล้วคุณก็จะเจอและพบในสิ่งที่คุณรอคอย คุณจะสมหวังในทุกอย่างที่คุณปรารถนา ...ฟันธง เพราะฉะนั้นนี่คืออาญาสิทธิ์แห่งฟ้า อาญาสิทธิ์แห่งดิน

การเรียน คนเรานั้นบางคนก็ยังไม่รู้ว่าทำในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือเปล่า เพียงแต่ว่ามีงานทำ มีเพื่อนที่คิดว่าเป็นเพื่อน แล้วก็มีชีวิตที่ดำเนินไปเพียงแค่สว่างแล้วก็มืด แต่คุณที่เกิดในราศีธนู ในปี 2552 นี้ คุณจะเจอตัวเองว่า จริงๆ แล้วคุณชอบอะไร แต่ถ้าเกิดอายุยังไม่ถึง 20 ปี ก็มีข่าวดี เช่น ประสบความสำเร็จในการเรียน ต่อให้ทำข้อสอบมั่วๆ กาข้อสอบมั่วๆ ก็ยังกาถูก เพราะฉะนั้นเป็นปีที่เรียกว่า เหมือนกับผีจับยัด คือโชคดี ทำอะไรก็ฟลุ๊คไปหมด

การงาน คนที่ทำงานแล้วจะได้เจอในสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง คนที่เป็นลูกน้องลูกจ้าง แน่นอน การได้รับการเลื่อนขั้นหรือการได้งานที่คุณปรารถนาหรือถนัดกับความรู้ ความสามารถ คุณจะสนุกกับงาน มีความสำเร็จเกิดขึ้นให้ได้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างประเทศ ทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการลงทุนค้าขายระหว่างประเทศ เกี่ยวข้องกับไฮเทค เทคโนโลยี การสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงหรือจะเป็นประเทศไกลๆ ก็ได้ คุณจะเจอในสิ่งที่ใช่ แล้วถ้าหากคุณตั้งใจทำ คุณก็จะประสบความสำเร็จ แล้วความสำเร็จนี้จะนำพามาซึ่งความมั่นคง และมีความสุขจากการทำงานในปีนี้ ...ฟันธงครับ

การเงิน เมื่อการงานดี เงินทองก็ไหลมาเทมา คุณมีโอกาสที่จะรับเงินก้อนใหญ่ แต่คุณมีภาระของรายจ่ายที่ติดตัวคุณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามที คุณจะได้เงินมาค้ำจุนรายจ่าย แล้วเพียงพอกับรายจ่ายที่เกิดขึ้น มีสภาพคล่องที่ดี ไม่มีปัญหา ขอให้คุณมีความสุขกับการได้ใช้เงิน และมีความสุขกับการได้เงินครับ

ความรัก ในปีนี้ คุณจะได้พบเจอคู่แท้ คุณจะสมหวังในความรัก คนที่เป็นคู่ครองของคุณนั้น จะเป็นคนที่ช่างพูด ช่างเจรจา เป็นคนช่างเอาใจ เป็นคนที่มีอายุน้อยกว่าคุณ แต่เป็นคนที่ทำให้คุณมีความสุข เวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนๆ นั้นใช่คู่แท้หรือเปล่า เวลาคุณอยู่ใกล้ชิดใครสักคนหนึ่ง แล้วคุณรู้สึกว่ามีความสุขโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร คุณรู้สึกว่าคุณมีความรู้สึกคิดถึงเมื่อคุณห่างไกล

สุขภาพและอุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุนั้นไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ปัญหาสุขภาพทางกายของคุณจะหมดไป ความสุขทางกาย ความสุขทางใจที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่เอาชนะต่อวิบากชะตากรรม ในปีนี้จะไม่มีเจ้ากรรมนายเวรตามคุณได้ ขอให้คุณทำบุญเพิ่ม แล้วจะเป็นพลังที่สำคัญ

สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ในปีนี้ขอให้คุณทุ่มเทเวลาให้กับเรื่องของการงาน ความรัก แล้วจะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคุณ ทำให้คุณสมหวัง และมีความสำเร็จเกิดขึ้น ปีนี้เป็นปีทองที่โดดเด่นที่สุดในรอบ 12 ปี แล้วก็จะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ขอเพียงแต่คุณเป็นคนดี และตั้งใจทำในสิ่งที่ดี ฟ้าและดินจะประทานความสำเร็จให้กับคุณครับ

ท่านที่เกิดในราศีมังกร
( เกิดระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ )

คุณที่เกิดราศีมังกร ในปี 2551 คุณจะมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าเป็นห่วงสำหรับชาวราศีมังกรครับ

การเรียน คนที่เกิดในราศีมังกร ในปี 2552 นั้น เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ดวงจู๋ แต่พอผ่านเดือนเมษายนไปแล้ว ดวงคุณจะรุ่ง ดวงเจ๋ง มีโอกาสที่จะสมหวังในเรื่องของการเรียน ในเรื่องของการสอบ น้องๆ ที่อยู่ในราศีนี้จะสมหวังจากการสอบ และในเรื่องของการเรียนก็จะเป็นไปตามที่ปรารถนา ...ฟันธงครับ

การงาน ในปี 2552 จะเป็นปีที่เปลี่ยนแปลงการงานของคุณ ชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่การที่จะเปลี่ยนไปนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับสุขภาพ เพราะเรื่องสุขภาพของคุณนั้นน่าเป็นห่วง จะมีมุมที่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากผู้ใหญ่และคนรอบตัว บริวารดีขึ้น ได้อย่างใจขึ้น และในปีนี้คุณจะโชคดี คุณจะได้รับการส่งเสริมจากคนรอบตัวให้เจริญก้าวหน้าและมีความสำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป การงานของคุณจะรุ่งโรจน์ ...ฟันธงครับ

การเงิน สภาพคล่องทางการเงินในปีนี้ คุณจะมีรายจ่ายมากขึ้น แต่ก็มีรายรับมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คุณจะมีเกณฑ์ของรายจ่ายกับการลงทุน กับการขยับขยายหรือกิจกรรมที่ต้องทำในชีวิต แปลว่า ในปีนี้ ได้มากกว่าเสียออกไป แต่เหลือเก็บนั้นไม่มากเท่าไร ถ้าหากว่ามีหนี้สินจะเป็นผลดีต่อชีวิต ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ดี เพราะว่าดาวราหูค้นทรัพย์ในเรือนการเงิน แล้วเดี๋ยวรอปีหน้าฟ้าใหม่ คือปี 2552 คราวนี้แหละ เงินทองจะไหลมาเทมา จากหนี้สินในครั้งนี้ คือหนี้จะคงอยู่ยาวๆ อย่างนี้เลยนะ แล้วบางทีไม่ใช่ดูวันสองวัน เดือนสองเดือน หรือปีเดียว จะต้องดูล่วงหน้าด้วย

ความรัก คุณที่เกิดในราศีมังกรที่ยังเป็นโสดอยู่ คุณควรจะโสดต่อไป ดวงชะตาของคนที่เกิดในราศีมังกร ถ้าคิดจะมีคู่หรืออยากจะสมหวังในความรัก หลังจากวันที่ 21 เมษายน ล่วงไปไม่เกิน 3 เดือน จะเจอคนๆ นั้นเข้ามาในชีวิต แล้วคุณจะมีความชุ่มชื่นในหัวใจ ส่วนคุณจะรั้งเขาเอาไว้ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเสน่ห์ และขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของคุณกับคนๆ นั้น ส่วนใครที่มีครอบครัวแล้ว ต้องระมัดระวัง จะมีเกณฑ์มีปัญหาในเรื่องชู้สาว มีความอีรุงตุงนัง วุ่นวาย ให้คุณใส่ใจกับเรื่องของการงานจะดีกว่า

สุขภาพและอุบัติเหตุ คุณจะมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและฟัน มีปัญหาแน่ๆ ก็คือ มีปัญหาเกี่ยวกับการปวดข้อ ปวดกระดูก มีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระดูกรับน้ำหนักของคุณไม่ไหว มีปัญหาสะบักจม ไหล่ติด หรือฟันมีปัญหา เพราะฉะนั้นคุณควรจะไปหาหมอและตรวจร่างกายให้ดี เรื่องอุบัติเหตุ ดูแล้ว ก็มีความน่ากลัวอยู่เหมือนกัน จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน เป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณจะต้องมีความระมัดระวังในการเดินทางทางรถยนต์ให้ดี

สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ช่วยทำให้คุณพ้นเคราะห์คือ การไปกราบสักการะหลวงปู่ทวด ควรหาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาแขวนเอาไว้ในรถ จะทำให้คุณแคล้วคลาดปลอดภัย และสิ่งที่จะทำให้คุณมีความมั่นคงและประสบความสำเร็จ คือคุณควรไปกราบสักการะพระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหู ซึ่งประดิษฐานที่อยู่ที่หน้าพระอุโบสถ วัดไตรมิตรวิทยาราม จะเป็นสิริมงคล เสริมชะตาชีวิตของคุณครับ

ท่านที่เกิดในราศีกุมภ์
(เกิดระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม)

คุณที่เกิดในราศีกุมภ์ เป็นคนที่มีชีวิตแบบแปลกๆ แปลกในเพศ แปลกในอาชีพ แปลกในความคิด แปลกในจิตวิญญาณ คนที่เกิดราศีนี้ ในปี 2551 - 2553 นี้จะมีชีวิตที่มีความรุ่งโรจน์ ...ฟันธงครับ

การเรียน ในขณะนี้มีจังหวะของดวงชะตาที่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการเรียน ถ้าเกิดคิดสอบหรือศึกษาต่อ จะสมหวังตามที่ปรารถนา แล้วในปีนี้ เป็นปีที่ดวงชะตากำลังจะเริ่มต้นตั้งหลัก หลายคนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วเจอสิ่งที่ใช่ ทั้งเรื่องการงาน ทั้งเรื่องการเรียน ทั้งเรื่องคนที่คุณรัก

การงาน คนที่เกิดราศีนี้ ถ้าทำงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทข้ามชาติ เรื่องของการตรวจสอบ เรื่องของการเมือง ทำงานในวงการบันเทิง เป็นนักแสดง ก็จะประสบความสำเร็จมาก ในปี 2552 เป็นปีทองของชีวิตในเรื่องของการงาน จะมีความรุ่งโรจน์ที่สุด ..ฟันธงครับ เพราะฉะนั้น เมื่อดวงชะตาของคุณเป็นอย่างนี้ ก็ขอให้คุณมีความขยัน เพราะฟ้าเปิดโอกาสให้กับคุณแล้ว

การเงิน คุณจะได้เงินก้อนงาม เงินทองไหลมาเทมา เงินก้อนใหญ่จะเกิดขึ้น แล้วในปี 2552 จะมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เงินทองไหลมาเทมา ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ได้เงินก้อนงาม อาจจะได้รับเงินก้อนใหญ่จากโปรเจคใหญ่ หรืออาจจะได้รับเงินจากโบนัสพิเศษ หรืออาจจะถูกลอตเตอรี่ ..ฟันธง เพราะฉะนั้นคนที่เกิดในราศีกุมภ์ ถือว่าโชคดีเหลือเกิน นี่เป็นอีก 1 ปี ที่คุณสามารถจะเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นปีทองเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ครับ

ความรัก เป็นเรื่องที่น่าเศร้า คุณมีเกณฑ์ผิดหวัง มีเกณฑ์ถูกทิ้ง มีเกณฑ์ที่จะทิ้งเขา ไม่ว่าจะทิ้งเขาหรือเขาทิ้งเรา หรือเจอแล้วไม่ใช่ เศร้าทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องความรักยังไม่ลงตัว อาจจะพลัดพรากห่างไกลกัน เพราะการที่เขาไปเรียนต่อ หรือตัวคุณอาจจะต้องไปเรียนต่อ หรืออะไรก็ตามที ดังนั้นคุณอย่าใส่ใจในเรื่องของความรักให้มาก เป็นปีที่ความรักยังไม่ลงตัว คู่ครองของคุณเป็นคนหน้าตาดี เป็นผู้นำ เป็นคนที่ได้ที่ 1 ตลอด เป็นคนที่เด่น เพราะฉะนั้นมีคนเข้ามาจีบคุณ ถ้าเขาไม่เด่น ไม่ใช่ ..ฟันธงครับ

สุขภาพและอุบัติเหตุ สามารถชี้ชัดได้เลยในดวงชะตา กับโรคซุ่มซ่าม เป็นแผลเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเรื่องใหญ่ๆ นั้นไม่น่ากลัว อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ทางรถยนต์นั้นไม่มี ไม่ต้องเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามทีในทางโหราศาสตร์ กล่าวเอาไว้ว่า “อสุรินทร์ถึงลัคนาใน บาปพระเคราะห์จรไปมาต้องทับกัน อีกทั้งจันทร์มาทับลัคน์ ท่านทายว่าตัดชีวาถึงอาสัญ” จะมีเกณฑ์ของการสูญเสียหรือพลัดพราก และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันในเดือนเมษายน จะต้องระมัดระวังอยู่เดือนเดียว อาจจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นกับคุณ ต้องมีความระมัดระวังครับ

สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา คุณควรหาจตุคามรามเทพ จะเป็นรุ่นใดก็ตามที ที่คุณมีความเคารพศรัทธา มาห้อยคอหรือมาแขวนเอาไว้ที่คอของคุณ แล้วไปกราบสักการะองค์จตุคามรามเทพ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปไหว้วัดพระบรมธาตุ ไปไหว้ศาลพระหลักเมืองที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปไหว้แม่นางพระยา ที่วัดนางพระยา ปากนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช สิ่งนี้จะช่วยเสริมชะตาชีวิตของคุณ ทำให้คุณมีความเจริญรุ่งเรือง


ท่านที่เกิดในราศีมีน
(เกิดระหว่างวันที่ 14 มีนาคม - 12 เมษายน)

ราศีนี้เป็นราศีของคนที่จะประสบความสำเร็จในปีชวด เป็นปีที่สวยหรู ชีวิตของคุณจะรุ่งโรจน์ ..ฟันธงครับ เมื่อเริ่มต้นอย่างนี้ คุณก็จะสบายใจ

การเรียน น้องๆ ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ก็จะสามารถอ่านเขียนเรียนหนังสือ รู้เรื่องทุกประการ สอบเข้าศึกษาต่อได้ตามใจที่ปรารถนา ขอฟ้าดินจงประทานพร

การงาน การงานจะมีความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับบริษัทข้ามชาติ ทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ คุณจะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการงาน จะไปได้สวย ขอให้คุณมีความตั้งใจ ใครที่ลงทุนทำการค้าขาย ก็จะมีลู่ทาง มีช่องทางในการขยับขยาย ที่มีการพัฒนาให้เกิดเป็นความเจริญก้าวหน้าและมีความมั่นคง ผมมั่นใจ

การเงิน คุณจะมีรายจ่ายมากสักหน่อย แต่คุณก็จะหาเงินมาพอดีกับรายจ่าย รวมถึงการลงทุน อาจจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สำหรับคนที่ทำการค้าหรือทำธุรกิจ อาจจะต้องเป็นหนี้เป็นสินในการลงทุน ไม่ต้องกลัว พอปีหน้าฟ้าใหม่ คือปี 2552 พอปี 2552 – 2553 ทุกอย่างก็จะกลับคืนมา เพราะฉะนั้น ในปีนี้ เงินทองจะไหลมาเทมา ถ้าเก็บเอาไว้ ไม่ได้ใช้ ก็ถือว่ามีเงินเยอะ แต่ถ้าเกิดนำเงินไปลงทุน ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเงินก็จะงอกเงยกลับคืนมาในปีต่อๆไป สรุปว่า การเงินคล่องตลอดทั้งปี ... ฟันธงครับ

ความรัก ในปีนี้ เรื่องของความรักนั้น เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อย่าไปใส่ใจให้ความสำคัญนัก เพราะคุณเป็นคนอาภัพรัก เป็นคนที่ครองคู่กับใครได้ยาก ขอให้คุณใส่ใจกับเรื่องของการงาน ใส่ใจกับเรื่องของการหาเงินจะดีกว่า คู่ครองของคุณนั้นจะเป็นช่างพูด ช่างเจรจา และมีอายุน้อยกว่าคุณ 4 – 5 ปี แต่ถ้าเกิดว่าคุณเจอคนๆ นั้นในปีนี้ ก็รอไปอีกสักระยะหนึ่ง สัก 3-4 ปี ถ้าคบกับใครไม่เกิน 5 ปี อย่าแต่งงาน มิฉะนั้นคุณจะมีปัญหาตามมา อย่าแต่งงานแบบปุบปับ เพราะจะมีปัญหา อย่าปุบปับป่อง เพราะจะมีปัญหา ต้องระมัดระวังตัวเอง

สุขภาพและอุบัติเหตุ ไม่น่าเป็นห่วง เพราะคุณมีสุขภาพแข็งแรง เรื่องอุบัติเหตุก็ไม่มี ไม่ต้องกังวล

สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ในปีนี้ คุณควรหาโอกาสไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในต่างถิ่นต่างแดน เช่น ในประเทศจีน ในธิเบต ในพม่า อาจจะไปไหว้พระธาตุชเวดากอง หรือพระธาตุมุเตา หรือจะไปไหว้พระทันใจ ที่วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน หรือจะเดินทางไปต่างประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ที่มหาเจดีย์บุโรพุทโธ หรือจะไปที่ไหนก็ได้ แต่ให้ไปในประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นของศาสนาพุทธ สำหรับคนที่นับถือศาสนาอื่นๆ อาจจะไปแสวงบุญตามแนวทางของคุณ ทำให้คุณมีความรุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จครับ เทวดารักษา คุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครอง ขอให้โชคดีครับ

ดวงชะตาปี 2552 โดย หมอทรัพย์สวนพูล

ราศีเมษ 13 เมษายน – 14 พฤษภาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวรักความก้าวหน้าจะสร้างตนเองอย่างทะมัดทะแมงแข็งขัน ไม่ว่าจะมีพื้นฐานของชีวิตระดับไหน จะพบลู่ทางไปสู่อนาคตอันสดใสเพราะวันเวลาที่ผ่านมา มีคุณค่าเท่ากับท่านได้สะสมวัสดุก่อสร้างและเงินค่าจ้างไว้พร้อมที่จะจ้างช่างมาลงมือดำเนินการตามความมุ่งหมายได้เลย ถ้าองค์ประกอบของกิจนี้สมบูรณ์ บ้านหรืออาคารที่ท่านปรารถนาย่อมสำเร็จโดยประสงค์ใครได้มาเห็นอาจคิดว่าต้องกับรสนิยมอุดมคติของตนเอง ไม่ยินดียินร้ายในความสำเร็จหรือล้มเหลวที่เข้ามาก่อวินาศกรรมแก่เจตนารมณ์ของท่านและหมู่คณะ ชีวิตอันเป็นกำไรของท่านไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อยต้อยต่ำเพียงไร จึงเฉิดฉันท์สง่างามตามความหมายในความรู้สึกฝ่ายสูงของมนุษย์เรา และสามารถเล่าให้ลูกหลานฟังได้อย่างวีรบุรุษกับยุวชน
ดาวพฤหัสบดีพระเคราะห์สำคัญที่สุดในระบบสุริยะ ย้ายราศีจากธนูขึ้นมังกรตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคมปีกลาย (2551) และโคจรในราศีมังกรถึง 20 เมษายน 2552 จึงย้ายขึ้นสู่ราศีกุมภ์ ส่งผลให้วงการเมืองเกิดกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาพักหนึ่ง ท่านได้รับเชิญชวนให้สมัครรับเลือกตั้งหรือมีตำแหน่งที่ปฏิเสธมาได้ แต่ท่านก็อย่างเดียวกับเจ้าป่าจะยอมอยู่ใต้กฎของป่าและธรรมชาติเท่านั้น ถ้าต้องแกร่วอยู่ในเขาดินหรือเขาเขียวคงทนไม่ได้ เพราะท่านถือว่ามนุษย์คือเสรีภาพ แต่ดาวพฤหัสบดีจะย้ายกลับลงมาในราศีมังกรอีกในวันที่ 15 สิงหาคม มีความเปลี่ยนแปลงต่างๆในสังคม พวกที่อยู่คนละฝั่งกับท่านจะข้ามมาผูกมิตร โดยอาจใช้วิธีการตามวิธีชนะมิตรและจูงใจคน
ปีใหม่นี้ดาวเสาร์ซึ่งย้ายเข้าราศีสิงห์ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2550 จะย้ายเข้าราศีกันย์วันที่ 30 กันยายน 2552 ตลอดเวลา 2 ปีเศษที่เสาร์โคจรในราศีสิงห์ท่านมีเรื่องยุ่งยากวิตกกังวลมากน้อยต่าง ๆ ที่บริวารก่อขึ้น แต่บางเรื่องก็ร้ายแรงมากแต่ที่ไม่แตกหักเพราะท่านไม่ทราบ ทั้ง ๆ ที่มีบริวารบางคนของท่านเอางูเห่ามาเลี้ยงไว้ในห้องนอนของเขา ในโลกนี้มีเรื่องเสียหายเป็นอันมากที่ไม่กระทบกระเทือนถึงชีวิตความเป็นอยู่และอารมณ์ความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องเพราะไม่รู้เหมือนของหายแต่เราไม่รู้และตราบเท่าที่เราไม่รู้ก็ไม่มีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งของนั้นเราทอดทิ้งจนลืมแล้วก็ยิ่งไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์แต่ประการใด เมื่อดาวเสาร์ย้ายไปราศีกันย์หรือภพที่ 6 (อริ) ท่านอาจมีโรคเรื้อรัง เช่นโรคกระเพาะลำไส้หรือโรคไต เงินจำนวนหนึ่งของท่านจะจ่ายเพื่อบำบัดโรคของคนมีเงิน และสามารถหายเป็นปกติได้ แต่อย่างไรก็ตามเคราะห์ร้ายที่จะมาจากดาวเสาร์เป็นอริ อาจทุเลาเบาบางได้มากในกรณีที่ท่านมีชื่อจริงตัวแรกเป็นอักษรในวรรคจันทร์ (ก ข ค ฆ ง) ซึ่งเปลี่ยนเสาร์ให้เป็น “ศรี” หรือใช้ผ้าปูที่นอนเป็นสีของวันจันทร์ (เหลืองขาวนวล) ก็คงพอฟาดเคราะห์ไปได้บ้าง หรือบูชาพระนาคปรกซึ่งผู้เป็นประธานการสร้างเป็นผู้มีบุญและบริสุทธิ์ยิ่งประเสริฐสำหรับบรรเทาทุกข์โทษภัยอันจะเกิดจากดาวเสาร์ ซึ่งอาจให้โทษแก่ดวงของท่านในช่วงเดือนตุลาคม 2552 เพราะเล็งฉกาจกับดาวมฤตยู ซึ่งหมายถึงอุบัติเหตุจากเครื่องยนต์กลไกและจากเรือที่แล่นเร็ว คำทำนายในเรื่องเคราะห์ร้ายต่าง ๆ นี้เป็นเพียงเตือนให้ท่านดำรงชีพโดยไม่ประมาทเท่านั้น ผู้ใดมีความรู้สึกระลึกตัวอยู่เสมอ ผู้นั้นเป็นคนมีสติ และปลอดภัยเสมอ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ราหูซึ่งโคจรในราศีมังกรมาปีเศษ ย้ายลงราศีธนู ท่านจะเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางไกลในประเทศบ่อยขึ้น โดยมีผลประโยชน์ที่สำคัญเป็นเหตุผลที่ท่านไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ปลอดภัยทุกเส้นทางและทุกภารกิจ เว้นแต่จะทำให้เป็นการเอิกเกริกก็เกิดปัญหาที่นึกไม่ถึงขึ้นได้ และแม้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ควรให้ปกติซ้ำซากจำเจเกินไป ควรมีการเดินทางที่ไม่กำหนดล่วงหน้านานๆ ไม่มีใครรู้ที่หมายของท่านแบบเดียวกับทหารเรือไม่รู้ว่าจะไปไหนแม้เรือเดินอยู่ในทะเล นอกจากผู้บังคับการเรือและผู้ที่จำเป็นต้องรู้เท่านั้น
ในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2552 ท่านได้ลาภยิ่งใหญ่มโหฬาร เป็นการยากที่จะระบุให้ว่าท่านจะได้อะไร จึงปลาบปลื้มดื่มด่ำถึงเพียงนั้น แต่ขอให้ท่านมีความสุขกับความสำเร็จและโชคดีโดยไม่ต้องเบียดเบียนผู้ใด ศัตรูจงพินาศไป ด้วยอำนาจกุศล

ราศีพฤษภ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน

ในปี 2552 นี้ ท่านมีความสุขกว่าหลายปีที่แล้วมา ต้นไม้มีดอกหอมไกลซึ่งเพื่อนบ้านปลูกไว้ เมื่อออกดอกครั้งใดท่านจะมีอาการแพ้รุนแรงทุกครั้ง โดยไม่สามารถที่จะขอร้องอะไรจากเขาได้นั้นก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะไม้ต้นนั้นตาย หรือมีคนโรคจิตทรามมาอยู่ใกล้บ้านแล้วพูดจากหยาบโลนกันวันยังค่ำ เรื่องเหล่านี้จะจบสิ้นลงอย่างไม่มีปี่ขลุ่ยเหมือนลิเกหอบเครื่องทรงและดนตรีหนีค่าเช่าวิก ดวงของท่านก็ดีขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ แต่
ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม – 31 พฤษภาคม ศกนี้ ท่านจะมีโชคดีเป็นอันมาก เป็นโชคที่เกิดจากได้ลาภใหญ่โตมโหฬารโดยสุจริตจากบุญของท่านที่สร้างไว้โดยไม่ประสงค์สิ่งตอบแทนใดๆ อนึ่งในช่วงเวลาอันดีแสนดีนั้น มีอาทิตย์พุธและมฤตยูจรย้ายเข้าราศีมีน ท่านจึงคงจะได้ลาภโดยมีการเสนอหลายทางและหลายๆข้อผูกพัน นอกจากทางหนึ่งที่ว่าท่านจะได้โดยวาสนาบารมีของตนเอง จึงไม่มีพันธะอะไร ท่านอย่ารับเงินที่ได้โดยเหตุผลทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ เงินที่ได้จากญาติของท่านไตหาย เช่น ท่านพาเขาไปผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบก่อนผ่าตัดยังมีไต 2 ก้อน หลังจากนั้นเหลือก้อนเดียว เพราะตอนดึก ๆ คืนนั้นพวกของซีอุยแอบลักตัดไปกิน เพราะถ้าท่านรับเงินก็เท่ากับท่านขายไตเพื่อนโดยทุจริต เงินที่พ่อตาแม่ยายพี่เมียน้องเมียของมหาเศรษฐีแอบนำมาฝากไว้กับท่าน จะเพื่ออะไรก็ตาม จงตัดความเกรงใจทิ้งเสีย อย่ารับฝาก เพราะกิจกรรมอย่างนี้ไม่ถูกโฉลกกับโชคชะตาของท่านไม่ว่าจะบริสุทธิ์แค่ไหน
ชาวราศีพฤษภมีดาวประจำราศีคือดาวศุกร์ เป็นดาวที่สวยงามที่สุด ท่านจึงเพศตรงข้ามคอยเอาอกเอาใจเสมอ ถูกกับพี่น้องและเพื่อนฝูงที่เป็นเพศตรงข้าม หมายถึงการขอความช่วยเหลือและหยิบยืมสตุ้งสตางค์ตามอัตภาพด้วย เช่น ท่านได้เงินเดือน 2,000 บาท แต่ท่านมีเพื่อนเป็นมหาเศรษฐี ท่านจะไปยืมเงินเขาเป็นล้านเขาคงไม่ให้ หรือเกินเงินเดือนของท่านก็อาจไม่ได้ด้วยซ้ำไป ความรักก็เหมือนกัน ควรพิจารณาท่านเป็นใคร เขาเป็นใคร บางคนกล้าที่จะกล่าวว่าถึงเขาจะยากจนเข็ญใจอย่างไร แล้วดาราฮอลีวูด อลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาขอแต่งงานด้วย เขาจะไม่ยอมเด็ดขาด ด้วยเชื่อว่าดวงไม่สมพงษ์กัน ยกเว้นผู้มีบุพเพสันนิวาสกันมาในชาติก่อน
กลางเดือนธันวาคม 2552 พฤหัสบดีย้ายไปราศีกุมภ์ ชีวิตและงานของท่านเจริญรุ่งเรือง ความดีความชอบที่ทำไว้ในทางการงานและนิสัยความประพฤติส่วนตัวของท่านยิ่งส่งเสริมให้มีโอกาสทำงานให้สำเร็จในระดับสูงยิ่งๆ ขึ้นไป
ดาวเสาร์ย้ายไปราศีกันย์ตั้งแต่ 30 กันยายน และโคจรอยู่เป็นเวลาประมาณ 2 ปีเศษ ถ้าท่านรับอาหารเรื่อยเปื่อย ไม่ออกกำลังกายและไม่รักษาอารมณ์ให้แจ่มใสสดชื่นเสมอแล้วจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างน่าหวาดเสียว ญาติมิตรที่ไม่ได้พบท่านเพียงปีเดียวอาจจำท่านไม่ได้ เรื่องเช่นนี้ไม่มีผลร้ายใดๆ ถ้าท่านซื่อตรงต่อตนเองในการรักษาพลานามัยและสุขภาพจิตให้จริง
ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 ราหูย้ายลงสู่ราศีธนู ศัตรูในที่ซุ่มซ่อนและภัยมืดต่าง ๆ ที่เคยเขย่าขวัญสั่นประสาทหรือสร้างความรำคาญความอัปยศอดสูหดหู่ใจให้ท่านมานาน ๆ จะจบสิ้นไปเอง โดยธรรมดา

ราศีมิถุน 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านอยู่ในวัยใดก็ตาม จะเกี่ยวข้องกับไร่นาสวนและการช่างไม้ต่าง ๆ สะสมไม้ดอกไม้ใบไม้ประดับเป็นงานอดิเรก หาความสุขความชื่นใจจากธรรมชาติและไมตรีจิตมิตรภาพที่ปราศจากเลศนัย ซึ่งนับวันมีแต่จะหายากยิ่งขึ้น เป็นหนึ่งในร้อยที่โชคดีโดยไม่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือขวนขวาย มีลาภโดยไม่มีศัตรู
การเงินรายได้และผลประโยชน์ของท่านจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้วๆ มา หรือแม้ได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายลดลงมาก เคยซื้ออะไรก็ไม่ต้องซื้อมีผู้นำมาให้โดยเคารพ ไม่มีเงื่อนไขและข้อเรียกร้อง ต้นไม้ที่ท่านปลูกทิ้งๆ ไว้เพื่อช่วยให้ร่มรื่นก็ออกผลให้นำไปรับประทานและแบ่งปันญาติมิตรได้ เหลือก็ขาย ท่านจึงมั่งคั่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเงินนั้นเป็นของแปลก ใครยิ่งมีก็ยิ่งมีมากขึ้นเพราะสามารถเรียกร้องหรือดึงดูดกันมารวมกันได้มาก ๆ คนที่รู้จักเก็บออมจึงมีเงินมากเสมอ เว้นแต่เล่นการพนัน ลุ่มหลงเพศตรงข้ามแบบทาสเทวี มีเท่าไรก็หมด แต่ท่านหาเป็นเช่นนั้นไม่ จัดการกับเงินได้ดีเสมอ
ในปี 2552 ญาติมิตรที่ห่างเหินไปเพราะความจำเป็นในงานอาชีพ หรือระแวงแหนงใจกับท่านด้วยเหตุผลข้อใดๆ ก็ตาม จะเข้าใจท่านและมาคืนดีเหมือนเดิม จะมีการเดินทางไปมาหาสู่พี่น้องและเพื่อนๆ ที่อยู่ห่างไกล
แต่หลังจากวันที่ 30 กันยายน 2552 แล้ว เพื่อนฝูงพี่น้องของท่านจะอพยพมาอยู่ใกล้ ๆ กันโดยบังเอิญและชื่นชมยินดีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง
ท่านจะไม่ยุ่งยากเดือดร้อนหรือวิตกกังวลเพราะบริวารหรือเด็กในปกครองบังคับบัญชา พวกเขาจะอยู่ในโอวาทและปฏิบัติตามคำสั่งด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นในตัวท่าน แต่ท่านจะเจ็บไข้ไม่ได้เป็นอันขาด งานที่ท่านทำเองหรือจ้างวานใช้สอยใครก็ตาม ท่านต้องอยู่ดูแลโดยใกล้ชิดจึงเรียบร้อย ท่านที่มีบุตรหรือน้องๆ ไม่ควรทิ้งให้อยู่ในความดูแลของผู้อื่น
ความรักของท่านเป็นสิ่งสวยงาม คนรักของท่านรูปร่างหน้าตากิริยาดี มีความรู้ในกิจการงานอาชีพของท่านพอสมควร โดยมากท่านปรึกษาหารือเขาได้ แต่ท่านไม่ค่อยมีความคิดเห็นให้เขา นอกจากความรักที่ท่านไม่มีเหลือไว้สำหรับผู้ใดในโลกนี้ คือท่านเป็นคนใจเดียวตลอดกาล คนรักของท่านก็ไม่ชอบเบ่ง ชอบอยู่เงียบๆ รักความสงบและยุติธรรม แต่กล้าหาญ แต่ความรักของท่านมักมีต้นเหตุมาจากความสงสารเห็นใจ แล้วจึงเกิดเป็นความรักและความเข้าใจต่อกัน อันเป็นรักที่ยืนยงคงทนตลอดไป
ปลายปีนี้อาจแต่งงานแบบรักแรกพบ คู่สมรสของท่านอาจเป็นหม้าย คนที่มีสถานภาพทางความรักเช่นนี้ ควรมีทัศนคติว่า “หัวเราะทีหลังดังกว่า”

ราศีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านยังดำเนินชีวิตและทำงานด้วยการเล็งผลเลิศ วางแผนอย่างละเอียดลึกซึ้งและรอบคอบ 2 ชั้นขึ้นไป ถ้าชั้นแรกพลาดยังมีชั้นที่ 2 รองรับ เป็นเหตุให้ท่านคาดการณ์ได้แม่นยำ ไม่ค่อยมีข้อบกพร่อง และท่านก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2538 คือชะตาชีวิตของท่านรุ่งโรจน์ด้วยการใช้วาทศิลป์
วันที่ 10 สิงหาคม 2550 ดาวเสาร์ย้ายจากราศีกรกฏลงราศีสิงห์ ท่านมีความคล่องตัวมากในเรื่องของงาน เงินและความรัก ท่านอาจเปิดสาขาร้านค้าขึ้นเป็นอันมาก มีแหล่งทรัพยากรที่จะตักตวงเอามาใช้จ่ายได้ไม่รู้จักหมด แต่ดาวเสาร์นี้ก็จะต้องย้ายราศีในวันที่ 30 กันยายน 2552 และเล็งกับดาวมฤตยูซึ่งย้ายเข้าราศีมีนก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2552 การที่ดาวเสาร์ย้ายราศีและเล็งมฤตยู อาจช่วยให้ท่านได้เดินทางบ่อยขึ้น อาจย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเรื่อยๆ หรือเป็นผู้จัดรายการทัศนาจรนำเที่ยวในประเทศต่างประเทศ นั่นเป็นอิทธิพลของดาวมฤตยูในภพที่ 9 ของชาวราศีกรกฎซึ่งนับเป็นอาทิตย์ลัคนา ถ้าท่านยังไม่ใช้รถยนต์เห็นจะซื้อหลังเดือนกันยายน 2552 ไปแล้ว และได้รับความสุขสบายตามอัตภาพของผู้ที่มีรถเอง
26 มกราคม 2552 เป็นวันจันทร์ดับเล็งราศีกรกฎ ท่านอาจเกิดเข้าใจผิดกับหุ้นส่วนผู้ร่วมงานหรือคู่หมั้นคู่สมรสถึงขั้นแตกร้าวกันได้โดยไม่มีเหตุผล และวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 จันทร์ดับในราศีกรกฎราว 4 องศาเล็งราหู อาจเกิดสุริยคราสที่มองเห็น ใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าวท่านอย่าไปดู โปรดอยู่ในบ้าน
ชาวราศีกรกฎมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำราศี ชีวิตความเป็นอยู่จึงเหมือนดวงจันทร์ คือ เป็นจุดสนใจของสังคม ท่านเด่นในหมู่พี่น้อง
ในปีใหม่นี้ดาวพฤหัสบดีซึ่งเล็งราศีกรกฎมาตั้งแต่ 4 ธันวาคมปีกลาย (2551) นี้ โคจรในราศีธนูถึง 19 เมษายน ระยะหนึ่ง กับถอยจากราศีกุมภ์ลงมาโคจรในราศีมังกรตั้งแต่ 15 สิงหาคม ถึง 14 ธันวาคม 2552 อีกช่วงหนึ่ง เวลาที่พฤหัสบดีเดินหน้าถอยหลังในราศีมังกรก็เล็งราศีกรกฎ ซึ่งน่าจะอำนวยโชคดีแก่ราศีนี้ตามวาสนา (ดวงเดิม) โดยมากดาวดีเดินปกติก็ให้คุณในเรื่องปกติ ถ้าเดินถอยหลังมักให้คุณในเรื่องงานอดิเรก งานนโยบาย งานแก้ไขสถานการณ์คับขันที่ผู้อื่นก่อขึ้นไว้แล้วทิ้งให้ญาติมิตรรับผิดแทน ดาวพฤหัสบดีเล็งราศีของผู้ใด ผู้นั้นมักโชคดี ชาวราศีนี้ที่รักษาความเป็นโสดมานานๆ มักสละโสดในช่วงเวลาที่ดาวพฤหัสบดีเล็ง เพราะถูกผู้ใหญ่บังคับบ้างหรือบางทีก็เกรงใจคนที่จะต้องแต่งด้วย
อนึ่งตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ถึงสิ้นปี 2552 ดาวอังคารเข้ามาโคจรในราศีกรกฎ บางช่วงเล็งราหูและดาวพฤหัสบดี ควรระวังไฟและการเป็นคดีความ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ราหูย้ายลงธนู ปัญหาสำคัญจะจบลง ศัตรูลึกลับต่าง ๆ ก็ลาโรงม้วนเสื่อกลับภูมิลำเนา

ราศีสิงห์ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน

ท่านชาวราศีสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่ผ่านปี 2551 มาอย่างมหัศจรรย์ ได้แก่ราศีของท่านมีดาวเสาร์มาโคจรอยู่ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2550 ให้โทษมากน้อยตามสภาพ
นับแต่ 17 สิงหาคม 2551 แม้ดาวอังคารจะย้ายไปจากราศีสิงห์แล้ว ยังมีอาทิตย์ยกลงมาร่วม เป็นอาทิตย์ พุธ ศุกร์ เสาร์ และพระเกตุรวม 5 องค์ ทั้งนี้โดยมีดาวมฤตยูและพระราหูเล็งจากราศีกุมภ์ เสาร์เล็งราหูกามเทพคงส่งแฟนให้อย่างลึกลับหรือเป็นเรื่องที่ต้องปิดๆ บังๆ ด้วยถ้าท่านอายุเยาว์มักได้แฟนเป็นผู้อาวุโสสูง ถ้าท่านชราแล้วคงได้แฟนละอ่อน บางทีก็ได้ไร่นาสวน อาคารบ้านเรือนที่เหมาะแก่ฐานะที่แท้จริงของท่าน 17 กันยายน 2551 ราศีสิงห์เหลือเสาร์ดวงเดียว โดยมีมฤตยูเล็ง 2 มีนาคม 2552 ดาวมฤตยูย้ายขึ้นราศีมีน ไม่เล็งเสาร์ในราศีสิงห์อีก ชีวิตและงานของท่านมั่นคงแน่นอนยิ่งขึ้น 30 กันยายน 2552 เสาร์ย้ายลงราศีกันย์ ท่านเหมือนจันทร์เพ็ญบนเวหาซึ่งไม่มีเมฆบดบัง
ต้นปี 2552 การเงินของท่านอ่อนแอ เพราะมีรายจ่ายพิเศษจำนวนมาก
ท่านจะถูกโฉลกกับการย้ายสถานที่ทำงานบ่อยๆ หรือทำงานไม่อยู่เป็นที่ ซึ่งวิถีชีวิตนี้กลับถูกโฉลกกับชะตาของท่าน การดำรงชีวิตแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นการสะเดาะเคราะห์ไปในตัว
การเป็นคนเชื่อมั่นในตนเอง มีรากฐานที่แข็งแรงในการดำรงชีพและมีความรู้มีสติปัญญา จะทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อผู้ที่ท่านคิดว่าโง่หรือไร้เดียงสาได้ ท่านทำคุณกับใครก็ทำไป แต่อย่าเป็นหนี้บุญคุณใคร อย่ารับความช่วยเหลือโดยไม่จำเป็น

ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านจะอายุสักเท่าไรก็ตาม จะอยู่ในสมาคมที่มีสมาชิกมาก มีการติดต่อกับญาติมิตรอย่างกว้างขวาง มีชื่อเสียงแพร่หลาย ได้มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถอันมีอยู่เฉพาะของท่าน วิถีชีวิตของท่านจะมีการเปลี่ยนแปลงที่โลดโผนพิสดารพอสมควร แต่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในหลักสำคัญเหมือนกับเป็นคนช่างคิดช่างอ่าน กล้าริเริ่มทำความคิดเห็นของตนเองด้วยความจริงใจ ข้อควรระวังคือเมื่อท่านทำผิดจะไม่มีใครแนะนำตักเตือน นับว่าเป็นความอาภัพของท่านอย่างรุนแรง แต่ปัญหาในใจของท่านที่แก้ไขยากคือ เมื่อญาติมิตรที่เคยตกทุกข์ได้ยากและท่านช่วยเหลือเต็มที่นั้นกลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยวาสนาของเขาเอง ท่านกลับไม่พอใจและเป็นศัตรูกับผู้นั้นอย่างแรง
ท่านจะได้ลาภจากผู้ใหญ่ หรือได้ร่วมงานกับกลุ่มชนหรือสมาคมที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคม วันที่ 2 มีนาคม 2552 ดาวมฤตยูย้ายจากราศีกุมภ์ขึ้นราศีมีน และอาจมีดาวหรือพระเคราะห์อื่นอีกซึ่งมีคุณและโทษตามสภาพของดาวในดวงกำเนิดนั้น แต่สภาพในครอบครัวของท่านจะผันแปรพอสมควร ท่านจะมีกำลังเงินสูงขึ้นกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา
บ้านท่านจะมีผู้ย้ายเข้าย้ายออก แฟนท่านอาจไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ท่านยังไปด้วยไม่ได้ ระหว่างที่ย้ายแยกกันความไว้ใจกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ท่านที่ย้ายบ้านบ่อยๆ ซึ่งย่อมหมายถึงผู้ที่ไม่มีบ้านของตนเอง ปีใหม่นี้ท่านจะพร้อมยิ่งขึ้นในการหาบ้านที่เหมาะสม ราหูซึ่งโคจรในราศีมังกรช่วยให้ท่านได้ลาภจากบริวารบุตรหลานมาเป็นเวลานาน บางทีปีใหม่นี้ท่านอาจไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา เพราะท่านช่วยตัวเองได้อย่างเต็มที่ ท่านจะอยู่ที่ไหนทำงานอะไรก็ตาม คนที่มาอาศัยท่านอยู่อาจเป็นเหตุให้ท่านย้ายบ้านบ่อย ๆ ก็ได้
ราศีกันย์มีพุธเป็นดาวประจำราศี ทุกครั้งที่ดาวนี้โคจรถึงราศีกันย์ก็มีฐานะเป็นมหาอุจ คือ ท่านทำอะไรไม่นานก็เบื่อ และทอดทิ้งงานที่ทำนั้น จนกว่าจะมีผู้อื่นมาเก็บไปทำได้ผลดีท่านจึงรู้สึกเสียดายว่าไม่ทำให้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าท่านทำอะไรจริง ๆ ก็จะประสบความสำเร็จอยู่ในแถวหน้าของผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง
4 พฤศจิกายน 2552 พระราหูย้ายลงมาโคจรในราศีธนูปีเศษ อย่ารับคนจรเข้าบ้าน และถ้าจะซื้อบ้านปลูกบ้านต่อเติมบ้าน ควรไตร่ตรองให้ดี แล้วท่านจะมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

ราศีตุล 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน

ในปี 2552 ท่านจะได้รับความพอใจในสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน มีดาวมฤตยูย้ายจากราศีกุมภ์ไปราศีมีน 2 มีนาคม ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับผลกระทบจากดาวมฤตยูตามวาสนา สิ่งใดที่คิดว่าจะได้กลับไม่ได้ แต่ถ้าได้มาจริง ๆ ก็ไม่ดี และสิ่งใดที่คิดว่าไม่ได้กลับได้และเป็นประโยชน์อย่างมาก
ดาวพฤหัสบดีจะย้ายข้ามราศีไปมาระหว่างราศีมังกรกับราศีกุมภ์ และขณะที่โคจรในราศีมังกรก็ร่วมกับราหู ให้ผลในเรื่องความมืดมนของปัญหาชีวิต ซึ่งท่านจะรักษาตัวให้พ้นภัยได้ด้วยคุณงามความดี มีความจริงใจต่อตนเองและผู้อื่น
ดาวเสาร์ซึ่งโคจรอยู่ในราศีสิงห์ตั้งแต่ วันที่ 10 สิงหาคม 2550 ก็จะย้ายในปี 2552 นี้ด้วยเช่นกัน คือวันที่ 30 กันยายน 2552 เข้าราศีกันย์ นับว่าเป็นวินาศแก่ราศีตุล เสาร์จะเป็นวินาศกับชาวราศีตุลไปเป็นเวลา 2 ปีเศษ ดาวเสาร์จะเป็นอุปสรรคขัดข้องในด้านความอืดอาดไม่ทันเหตุการณ์ เบื่อง่าย มีใครมารักมาชอบก็เข้มงวดจนเปิดหนีไปหมด แต่ในด้านดีคือท่านจะไม่ผลีผลาม ไม่ตื่นเต้น
ชีวิตการงานของท่านในปีใหม่นี้มีช่วงเวลาที่เจริญรุ่งเรืองรวดเร็วเกินความคาดคิด และมีช่วงเวลาแห่งความสงบสุข ชาวราศีตุลมีดาวประจำราศีคือศุกร์ เป็นดาวที่สวยงามที่สุดในบรรดาดาวดีๆ ด้วยกัน ชาวราศีนี้จึงสวยหรือมีเสน่ห์ ท่านจึงเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่ว่าท่านจะมาจากภาคส่วนใดย่อมไปสู่จุดสุดยอดแห่งความปรารถนาของมนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น สุดแท้แต่ท่านจะเลือก
ในวันที่ 24 พฤษภาคม ถึง 5 กรกฎาคม 2552 จะมีเรื่องขัดแย้งกับหุ้นส่วนผู้ร่วมงานในระดับเดียวกัน แต่ไม่เป็นไร เพราะสามารถชำระสะสางให้เรียบร้อยได้ แต่ท่านที่มีคนรักหรือคู่สมรสอาจพูดกันให้เข้าใจไม่ได้และเกิดทิฐิมานะ ไม่มีใครยอมใครเป็นเหตุให้ต้องแยกย้ายกันไปคนละทางไม่มีวันพบกันได้อีกต่อไป แต่ปกติแล้วชาวราศีตุลมีสถานภาพความรักและการสมรสที่มีเสถียรภาพ รักกับใครก็ดูกันนาน ๆ แน่ใจแล้วจึงแต่ง และแต่งแล้วก็อยู่กันไปจนหลงจำหน้ากันไม่ได้เพราะแก่หง่อม
4 พฤศจิกายน 2552 ราหูย้ายลงมาราศีธนู ท่านมีลาภลอยก่อนสิ้นปี จึงสรุปได้ว่าปีใหม่นี้ท่านมีชีวิตและงานราบรื่นแจ่มใส ร่ำรวย และเกลียวกลมกับคนรักอย่างมาก

ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านโชคดีตั้งแต่ต้นปี ได้มรดกตกทอดจากเพื่อนสนิทยกให้ท่านครอบครองดูแลต่อไปในขณะที่เขาเดินทางไปต่างประเทศหรือมีภาระมากเกินกว่าจะจัดการได้ ท่านก็เหนื่อยหน่อย มีเกณฑ์ว่าท่านจะรับภาระหน้าที่แทนเพื่อน หรือเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปรักษาการแทนนายซึ่งเกษียณหรือย้ายไปกินตำแหน่งสูงกว่าเก่า ท่านอาจขยายกิจการงานโดยวิธีลัด เช่น รับเซ้งกิจการของผู้อื่น และท่านทำแล้วก็รุ่งเรืองดี ไม่ใช่การหัวเราะทีหลังดังกว่า แต่เป็นเรื่องของการงานหรืออาชีพ ซึ่งอาศัยปัจจัยต่าง ๆ เป็นอันมาก และรวมถึงโชควาสนาด้วย
ท่านได้ลาภสำคัญอย่างหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2551 และสิ่งนั้นก็ยังอำนวยโชคแก่ท่านจนปัจจุบัน ทำให้ท่านสดชื่นเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง และอาจรู้สึกว่าในบรรดาผู้ที่โชคดีด้วยกันแล้ว ท่านเหนือชั้นกว่าเยอะ ท่านเป็นผู้มีโชควาสนาชะตาชีวิตน่าพิศวง ท่านเป็นบุคคลที่ดีของสังคม รวมถึงในยามที่ญาติมิตรของท่านแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็มีคำตอบให้ชนเหล่านั้น ถ้าท่านคนเดียวแนะนำไปแล้ว คนทั้งหมดก็ทำตาม ท่านย่อมระงับความโกรธทุกกรณี
รายได้การเงินและผลประโยชน์ของท่านราบรื่นไปอีกนาน แต่จะมีสถานการณ์พิเศษเกิดขึ้นตั้งแต่ 30 กันยายนถึงปลาย ๆเดือนตุลาคม ดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีกันย์ ท่านจะได้ลาภลอยซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงฐานะความเป็นอยู่จากหน้ามือเป็นหลังมือหรือจากคนเดินดินกินข้าวแกงเป็นเศรษฐีได้
วันที่ 2 มีนาคม 2552 ดาวมฤตยูย้ายขึ้นราศีมีน มีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริวารที่เป็นสิ่งที่ยากแก่การคาดหมาย
ท่านที่ยังเรียนอยู่ไม่ว่าระดับใด จะมีความก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป ถ้าต้องชิงทุนไปทำปริญญาในต่างประเทศก็จะสมความประสงค์
ท่านที่ยังอยู่ในวัยที่มีความรัก หรือยังโสด ความรักของท่านปีนี้แปลก คือท่านอาจไปรักกับแฟนเพื่อนซึ่งเลิกกันแล้วมาอยู่กับท่าน เพราะท่านไม่รู้มาก่อนว่าใครเป็นใคร จนได้กันแล้วเพื่อนมาเจอจึงรู้เรื่อง แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ คนที่รักจริงหวังแต่งจึงควรให้เวลาความรักได้พิสูจน์ตัวเองและหัวใจนานพอสมควรว่าคนที่ท่านรักไม่ได้มาหาท่านเพราะโกรธกับแฟนเก่าหรือประชดแฟนเก่า ถ้าท่านแต่งงานกับคนที่เคยมีแฟนมาแล้ว ก็ต้องทำใจให้หนักแน่น คิดถึงพรหมลิขิตไว้บ้าง
ดาวเสาร์ย้ายจากราศีสิงห์ การงานของท่านจะมั่นคงและรุ่งเรืองขึ้นมาก ท่านที่ยังไม่ได้ทำงานจะได้งานทำ และชีวิตแจ่มใสมีโชคดีตั้งแต่ 30 กันยายน 2552 เป็นต้นไป

ราศีธนู 16 ธันวาคม – 14 มกราคม

ในปี 2552 นี้ ท่านพบการเปลี่ยนแปลงในด้านความเป็นอยู่ซึ่งส่งผลถึงจิตใจด้วย หมู่บ้านหรือชุมชนอันเป็นที่อยู่อาศัยอย่างสงบสุขมานาน จะมีห้างสรรพสินค้าหรือตลาดสดมาอยู่ใกล้ๆ เป็นเหตุให้ระบบนิเวศน์ผันแปรไป
ท่านมีรายรับรายจ่ายและเงินออมเป็นปกติมานานนับ 10 ปี แต่ในปีหนึ่งหรือสองปีที่แล้วมานี้ตลอดจนปี 2552 นี้ด้วย ท่านมีรายจ่ายพิเศษมากผิดปกติ ค่าครองชีพของท่านสมดุลจริงแต่ค่าสังคมของท่านสูงขึ้นมาก ท่านอาจมีผู้ที่ต้องช่วยเหลือตามฐานานุรูปของเขา ต้องรับธุระให้แก่พวกพ้องเพื่อนฝูงที่มาขอให้ช่วยหรือแม้มิได้ขอก็ตาม ท่านจึงเป็นผู้หนึ่งที่สดชื่นอยู่ในหัวใจของญาติมิตร แต่ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาท่านอาจเสียเพื่อนหลายคน และเสียพี่น้องสนิทไปตามธรรมดาของโลก และหมายถึงรายจ่ายจรสูงขึ้นด้วย
ราหูอยู่ในภพการเงินของท่านตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2551 จะย้ายลงราศีธนูซึ่งเป็นราศีเกิดของท่าน ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2552 ท่านจะจ่ายน้อยและรับมากขึ้นตามอัตภาพ แต่การที่ท่านเมตตาผู้น้อยและเอื้อเฟื้อเรื่องการเงินตามมีตามเกิด อาจเป็นเรื่องที่คนระดับเดียวกับท่านหรือสูงกว่าในสังคมเดียวกันทำไม่ได้ รับไม่ได้ ท่านย่อมถูกริษยาและต่อต้าน โดยส่งบริวารที่เจ้าเล่ห์มาขอสตางค์ท่าน ถ้าท่านให้ก็ไปพูดว่าท่านอ่อยเหยื่อ ปีใหม่นี้ท่านจะช่วยเหลือผู้น้อยที่เป็นเพศตรงข้ามต้องคิดให้ดี
ท่านชาวราศีนี้ที่ทำงานในฐานะผู้ใหญ่ที่มีผู้อยู่ในบังคับบัญชา หรือมีบุตรหลานคนรับใช้ ปีใหม่นี้หลังวันที่ 2 มีนาคม 2552 ไปแล้ว ดาวมฤตยูขึ้นไปโคจรในราศีมีนหลายปี ท่านอาจผจญกับการทรยศหักหลังคดในข้องอในกระดูกของผู้น้อยบางคน แม้คนในบ้านก็อาจจะละเลยไม่สนใจดูแลบ้านเรือนให้เรียบร้อย แต่เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าท่านระวังตัวดี
งานอาชีพของท่านเป็นภาระมากขึ้น ใช้แรงงานไม่มากแต่ใช้ความคิดหนัก เงินมากขึ้น ท่านอาจถูกกล่าวหาเรื่องเงิน จึงไม่ควรเกี่ยวข้องกับเงินของผู้อื่น จึงไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มิใช่ธุระของท่าน รวมถึงพรหมลิขิตของผู้อื่นด้วย
ท่านที่ยังโสดหรือไม่รักใครหรือไม่มีใครรักก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2552 ดาวศุกร์ย้ายเข้าราศีมีนเป็นมหาอุจ อยู่ไปจนถึง 1 มิถุนายน 2552 ระหว่างเวลานี้ กามเทพจะยิงลูกธนูเกสรดอกไม้อาบน้ำผึ้งวิเศษเข้ามาทางหน้าต่างบ้านท่าน คนที่ท่านจะรักคงเป็นคนในบ้าน อาจเป็นญาติห่าง ๆ ที่มาอาศัยอยู่จนเห็นใจกัน หรือคนที่มาอาศัยอยู่ในบ้านท่าน แม้ในระหว่าง 28 เมษายน ถึง 1 มิถุนายน จะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 1 กรกฎาคม 2552 ท่านก็จะพบรักหรือมีการสมรสอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่ท่านควรพิจารณาไตร่ตรองให้คู่ควรหน่อย ท่านจะพบรักอย่างสายฟ้าแลบ นานมาแล้วท่านเคยอกหักนิดหนึ่งแต่เวลาเป็นโอสถวิเศษรักษาท่านให้หายและลืมความชอกช้ำระกำใจได้ ถึงกระนั้นท่านก็ไม่กล้ารักใครเพราะเข็ดหลาบ แต่ปีนี้เวลาดังกล่าว ดวงดาวบีบคั้นให้มีเรื่องรักใคร่
ท่านที่ถูกย้ายไปทำงานในต่างถิ่น เพราะผู้ใหญ่ไม่ชอบหน้า แต่ปีใหม่นี้ ดาวเสาร์ย้ายวันที่ 30 กันยายน ท่านหมดเคราะห์ที่เคยมี กลับสู่สถานะเดิมและดีขึ้นอย่างผู้หมดเคราะห์

ราศีมังกร 15 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์

ในปี 2552 ชีวิตและงานที่เคยมีอุปสรรค จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมผันแปรไปไม่มีใครแก้ไขได้ หลายปีที่ผ่านมาศัตรูของท่านเข้ามาอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ในลิ้นชักหรือแม้แต่เพดานห้องได้โดยความช่วยเหลือของใครก็ตามที่ไม่อยากเห็นท่านได้ดี หรือเป็นพวกที่คิดว่า ถ้าเขาทำร้ายใครไม่ได้ก็ทำร้ายพวกพ้องของท่าน เพื่อให้เจ็บร้อนถึงกัน แต่ในเมื่อท่านเป็นคนที่มีความรู้สึกช้า หรือไม่รู้สึกสะเทือนใจเอาเสียเลย แผนของพวกนั้นก็ล้มเหลว
ใครที่ปรารถนาดีต่อท่านบังอยู่ไม่ได้นาน ด้วยถูกข่มเหงรังแก คำทำนายในข้อที่กล่าวถึงศัตรูและผู้ประสงค์ร้ายต่อท่านจะย้ายภูมิลำเนาเป็นการถาวรหลายคน ดาวมฤตยูเนปจูนและพลูโตรักษาท่านให้ปลอดภัยมาได้หลายสิบปี ศัตรูที่ยังอยู่เย็นเป็นสุขจะมีอาการผิดปกติขึ้นเอง ท่านอย่าคิดบัญชีกับเขาให้เป็นหน้าที่ของพรหมลิขิต แล้วตัวท่านก็จะปลอดภัยด้วย คนที่ไปเร่งความพินาศหายนะของผู้อื่น มักพินาศเอง
การเงินของท่านจะดีขึ้นในเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2552 จนกลางเดือนธันวาคม 2552 การเงินของท่านจะมั่นคงดี
มีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจย้ายบ้านหรือภูมิลำเนา ทั้ง ๆ ที่ท่านอาจเพิ่งย้ายเมื่อเร็วๆ นี้ หรือแม้จะไม่ได้ย้ายเลยก็ตาม ต้นเหตุอาจมาจากแมวของท่านไปกินปลาในบ่อของเพื่อนบ้านเท่านั้นเอง
ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2552 ราหูจากราศีมังกร ชาวมังกรที่เคยเชื่ออะไรง่าย ๆ กลับกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อถือหรือนับถืออะไรง่าย ๆ อีกต่อไป คือมีและใช้วิจารณญาณของตนเองเต็มที่ ไม่เป็นเครื่องมือของใคร
ดาวเนปจูนย้ายจากราศีธนูมาราศีมังกรวันที่ 6 ธันวาคม 2538 ย้ายไปราศีกุมภ์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 ก่อนที่ดาวเนปจูนที่เคยให้โทษเมื่อย้ายมาใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 2538 จะให้คุณแก่ท่านก่อนที่จะจากไปคือ ท่านจะมีลาภใหญ่ก่อนสิ้นปี 2552 นี้ คำทำนายนี้อาจผิดเพราะดาวเนปจูนนั้นลึกลับ ถ้าท่านขาดจริยธรรมแม้เล็กน้อยดาวนี้ก็อาจกลับให้โทษก่อนย้ายได้อีก
ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2552 ดาวอังคารโคจรในราศีกรกฎ และจะอยู่ต่อไปจนสิ้นปียังไม่ย้าย ดังนั้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 ท่านจึงมีเรื่องยุ่ง ๆพอสมควร อาจเผชิญหน้ากับศัตรูที่อาจทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านเดือดร้อนถึงที่สุด แต่ก็ทำร้ายท่านได้ไม่มากนัก

ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม

ในปี 2552 นี้ ท่านจะพบการเปลี่ยนแปลงในชีวิตและงาน 2 แบบคือเป็นไปโดยกะทันหันแบบหนึ่ง หรือนำท่านไปสู่สิ่งแวดล้อมที่มหัศจรรย์แบบหนึ่ง หรือบางทีก็ทั้ง 2 เพราะดาวมฤตยูเป็นเรื่องของความไม่นึกไม่ฝัน แต่เป็นความจริงที่จำต้องรับโดยหลีกเลี่ยงไม่พ้น
ชาวราศีกุมภ์ตามปกติเป็นผู้ที่เอาใจยาก เดาใจก็ยาก มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ไม่เหมือนใคร และใครๆ ก็จะทำให้เหมือนก็ยาก ท่านไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดเลย ดวงท่านแข็งแรงพอที่จะยืนหยัดตามลำพัง
ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 15 สิงหาคม 2552 ท่านจะได้ทำงานทางวิชาการ ได้รับตำแหน่งแทนหรือรักษาการแทนผู้ที่ย้ายไป งานที่ท่านทำตามใจเพื่อน ๆ หรือคิดว่าเป็นงานอดิเรกจะให้ผลดีอย่างงานอาชีพโดยแท้จริง แต่เรื่องของงานวิชากรและความเป็นนักสังคมสงเคราะห์ของท่านจะมีอุปสรรค หลังวันที่ 15 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป บางทีเป็นเพราะงานที่ท่านทำมีการเปลี่ยนผู้บริหาร และผู้บริหารต้องการเก้าอี้ของท่านไปให้คนของเขาทำ แต่ท่านก็ยังได้รับการนับถือและเชื่อถือจากโลกของการงานอยู่ และจะรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นหลังวันที่ 14 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจากระยะเวลายาวนาน
ดาวเสาร์ซึ่งเล็งราศีเกิดของท่านตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2550 ซึ่งเท่ากับเล็งอาทิตย์กำเนิดซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความระแวงกันในครอบครัว และคนใดคนหนึ่งระหว่างท่านกับแฟนต้องแยกกันอยู่เพราะหน้าที่การงาน แบบออกร่อนเร่ในกลางทะเลทรายหลาย ๆวัน จึงจะได้กลับบ้านเสียที มิใช่ทิ้งขว้างร้างหย่ากัน แต่การพลัดพรากจากกันบ้างของคู่สมรสเป็นการสะเดาะเคราะห์โดยอัตโนมัติ แต่เมื่อดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีกันย์จึงเล็งดาวมฤตยูซึ่งย้ายขึ้นไปราศีมีนก่อนตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2552 แล้ว ราศีมีนเป็นตัวแทนแห่งการเงินรายได้ประโยชน์ของท่าน ในปีใหม่นี้ท่านคงมีรายจ่ายสูง ถ้าท่านมีลูกซึ่งเรียนจบแล้วเขาก็ต้องดิ้นรนขวนขวายให้ท่านส่งไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ ซึ่งคงเป็นไปในปีนี้ เว้นแต่เขาจะสมรสก่อน แต่ก็มีคู่สมรสบางคู่ พอแต่งเสร็จก็ขึ้นเครื่องบินไปทำงานเมืองนอกเลย
ปีนี้อังคารโคจรในราศีเกิดของท่านโดยวิถีปกติ ตั้งแต่ 7 มีนาคม ถึง 15 เมษายน 2552 คือเดินหน้าลูกเดียว จะให้โทษให้คุณก็เป็นไปตามปกติ จะผ่าตัดก็ผ่าหนเดียวจบ ดาวอังคารเป็นดาวร้ายเมื่อมีจังหวะสัมพันธ์กับราศีใดก็ทำให้คนราศีนั้นมุทะลุดุเดือด ใครร้ายมาจะร้ายตอบทันที และข้อสำคัญจะถือความคิดของตนเองเป็นใหญ่ แม้แต่การสารภาพหรือขอความรักก็มิได้มีความนุ่มนวลเสียเลย ดังนั้นในระยะเวลาเดือนเศษแค่นั้น ถ้าท่านสำรวจวาจาอารมณ์ให้ราบรื่นได้ก็จะเป็นการดี
ท่านเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต มีคู่ครองเป็นคนดี แม้จะลึกลับนิดหนึ่งก็ยังอยู่ในเงื้อมมือหรือโอวาทของท่าน ลูก ๆ แม้จะพึ่งได้หรือไม่ค่อยได้ ก็มีวิชาติดตัวพอที่ท่านจะไม่ต้องห่วงว่าจะอยู่ในโลกอันยอกย้อนและลึกลับนี้ไม่ได้ ไม่ทันคนอื่น เป็นปีที่ดีมากของท่านด้วย


ราศีมีน 15 มีนาคม – 12 เมษายน

ในปี 2552 นี้ ท่านสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก ชีวิตและงานของท่านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีหลายครั้ง ดาวประจำราศีชองท่าน “พักร์” ในราศีมังกรอันเป็นราศีที่พฤหัสบดีอับแสงซึ่งกลับให้คุณแก่ดวงของท่านในกรณีเกิดวิกฤตในทางวิชาการหรือจริยธรรม ซึ่งท่านจะออกมาแก้ไขให้ทุเลาเบาบางลงได้หรือกลับสู่สภาพปกติ วันที่ 4 ธันวาคม 2551 ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าราศีมังกร คืออับแสงร่วมกับราหู จนวันที่ 20 เมษายน 2552 พฤหัสบดี ย้ายขึ้นราศีกุมภ์จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2552 ถอยกลับมาราศีมังกรอีกจนถึง 14 ธันวาคม 2552 จึงย้ายไปราศีกุมภ์อีก ท่านจึงออกจะมีชีวิตความเป็นอยู่และความคิดจิตใจที่โลดโผน มีเพื่อนใหม่ ๆ หรือเพื่อนเก่าแต่เขามาในมาดใหม่ชี้นำให้ท่านทำธุรกรรมที่ต้องลงทุนด้วยเงินหรือความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงของท่าน ซึ่งถ้าเป็นกรณีเช่นนี้มักถอนทุนไม่ขึ้น แล้วพวกเพื่อนๆตัวดีเหล่านี้จะหายเข้ากลีบเมฆไปหมด แต่ดาวดวงนี้ก็ให้คุณแก่ท่านตลอดชีวิต
วันที่ 30 กันยายน 2552 ดาวเสาร์ย้ายจากราศีสิงห์ลงมาราศีกันย์ในฐานะดาวร้ายธรรมดา ๆ ดวงหนึ่ง แม้จะเล็งราศีเกิดของท่านก็ให้ร้ายแบบสามัญไม่รุนแรงเหี้ยมโหดอย่างที่ดาวเสาร์มักจะกระทำเมื่ออยู่ในราศีที่ทำให้เด่นหรือเสื่อม
ชาวราศีมีนได้ผ่านการถูกราหูทับมาแล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2548 ถึง 29 กันยายน 2549 ในช่วงเวลาปีกว่า ๆ เช่นนั้นท่านได้อะไรมาและต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง ถ้าจำได้ก็อาจช่วยให้วินิจฉัยสถานการณ์ที่จะเกิดจากราหูเข้าราศีที่เป็นภพกรรมะ (งาน) ของท่านได้พอสมควร หรือบางทีก็ไม่ได้อะไรเลย
ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2552 ดาวศุกร์ย้ายเข้าราศีมีนเป็นมหาอุจ ดาวศุกร์นี้เป็นดาวแห่งความรักเสน่หายาใจ เป็นดาวที่นำความปลาบปลื้มดื่มดำมาสู่ผู้คน เป็นดาวแห่งความกลมเกลียวสมสนิทในไมตรีจิตภาพ ดาวศุกร์นี้จะโคจรในราศีมีนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2552 ชาวราศีนี้และราศีที่มีศุกร์เป็นดาวประจำราศีคือพฤษภและตุลจะมีความสุขอย่างมาก แม้คนที่อาภัพที่สุดก็จะรื่นรมย์สมหวังในความปรารถนาต่าง ๆ อย่างนึกไม่ถึง ช่วยให้คนยากจนเป็นคนมั่งคั่งได้โดยสุจริต และโชคดีเรื่องความรักอย่างพระสังข์ทองได้รจนา ไม่มีใครริษยาและต่อต้านได้
ท่านชาวราศีมีนเป็นคนที่มีจิตใจละเอียดสุขุมประณีต รักษาอนามัยดีและเป็นคนสะอาดทั้งใจและกาย มีระเบียบวินัยดูแลตนเองได้ สุภาพต่อผู้อื่นแม้จะเป็นผู้อาภัพอับวาสนา แต่ราศีที่อยู่ข้างหน้าราศีมีนเป็นราศีเมษ ท่านจึงโกรธเก่งที่สุด ถ้าเป็นมิตรก็เป็นกัลยาณมิตร ถ้าเป็นศัตรูก็หฤโหดและไม่อภัยให้แก่ใครใด ๆทั้งสิ้น เหมือนคนไม่มีหัวใจ บทจะรักก็รัก ไม่รักก็เกลียดเลย เป็นเพื่อนกันก็ไม่เอา ปีใหม่นี้ท่านดวงดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่นแล้วจะดีที่สุด