หากจะกล่าวถึงตำนานเกจิอาจารย์รุ่นปู่ รุ่นทวด
แห่งเมืองนครปฐมชื่อของ “หลวงปู่ขำ”
แห่งวัดห้วยพลู ต้องถูกจารึกไว้ในลำดับต้นๆ
ในฐานะพระผู้ทรงอภิญญาที่มีประวัติโลดโผนไม่แพ้ใคร
ท่านไม่ได้มาพร้อมกับความนุ่มนวลเพียงอย่างเดียว
แต่มาพร้อมกับ "ตบะ" และ "บารมี"
ที่สยบได้แม้กระทั่งวิญญาณร้ายและนักเลงหัวไม้ในสมัยนั้น
อิฐจากวัดร้าง... และอาถรรพ์ที่ถูกสยบ
ในยุคที่วัดห้วยพลูยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์รกชัฏริมน้ำ
หลวงปู่ขำท่านเริ่มสร้างวัดด้วยความเด็ดเดี่ยว
เรื่องแปลกมันอยู่ตรงที่ท่านเลือกไปขนอิฐมาจาก
“วัดโบสถ์” ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ที่มีคำเล่าลือว่า “เฮี้ยน”
จนชาวบ้านไม่กล้าแม้แต่จะเดินเฉียด เพราะเจ้าที่แรงเหลือใจ
แต่สำหรับหลวงปู่ขำ
ท่านเดินดุ่มเข้าไปเจรจากับสิ่งลี้ลับเหล่านั้นด้วยวิถีของสงฆ์ผู้มีวิชา
ท่านขนอิฐเหล่านั้นมาสร้างโบสถ์
สร้างวิหารที่วัดห้วยพลูจนสำเร็จ
ว่ากันว่าที่ท่านทำแบบนั้นได้เพราะ "วาจาสิทธิ์"
และอำนาจจิตที่แข็งแกร่งเกินกว่าสัมภเวสีหน้าไหนจะต่อกร
ยุคที่นักเลงครองเมือง... แต่ต้องสยบให้ผ้าเหลือง
ลุ่มแม่น้ำนครชัยศรีสมัยก่อน
ไม่ใช่ที่สำหรับคนขวัญอ่อน
นักเลงสมัยนั้นเขา "ของจริง"
ใครว่าดี ใครว่าเหนียว ต้องมาลองดีกับหลวงปู่ที่วัดห้วยพลูเสมอ
มีเรื่องเล่าว่านักเลงดีหลายรายตั้งใจจะมา "ลองของ" กับท่าน
แต่พอเห็นสายตาและคำพูดเพียงไม่กี่คำของหลวงปู่ขำ
บางคนถึงกับเข่าทรุด หรือบ้างก็ถึงกับละพยศ
ยอมก้มกราบขอเป็นลูกศิษย์กันถ้วนหน้า
ท่านไม่ได้ดุด้วยโทสะ แต่ท่านดุด้วย "ความจริง"
ใครมาดีท่านเมตตา ใครมาข่มท่านสยบด้วยบารมีธรรม
อมตะแห่งรูปหล่อ... และศรัทธาที่ไม่เลือนหาย
แม้สังขารท่านจะล่วงลับไปตั้งแต่อดีตสมัย
(ว่ากันว่าช่วงปลายอยุธยาถึงต้นธนบุรี)
แต่ความขลังของท่านไม่เคยจางหาย ในปี พ.ศ. 2451
หรือเมื่อกว่าร้อยปีก่อน
ชาวบ้านที่ได้รับสืบทอดเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์
จึงได้ร่วมใจกันสร้าง รูปหล่อจำลอง ของท่านขึ้นมา
ที่แปลกคือ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ความรู้สึก "อุ่นใจ"
ของคนที่ไปกราบไหว้ท่านที่ริมน้ำนครชัยศรีนั้นยังคงเดิม
เหมือนหลวงปู่ยังคงนั่งตรวจตรา
ดูแลลูกหลานชาวห้วยพลูอยู่เสมอ
ใครที่ครอบครองวัตถุมงคลของท่าน
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปี 2536 หรือรุ่นใดก็ตาม
ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ถ้าไม่แน่จริง
คนนครปฐมเขาไม่หวงกันขนาดนี้หรอก"
เรื่องของหลวงปู่ขำ
ไม่ใช่แค่เรื่องของพระเครื่องหรือความเหนียว
แต่มันคือเรื่องของ "หัวใจ" ของพระเถระยุคเก่า
ที่สร้างวัดท่ามกลางดงนักเลงและวิญญาณร้าง
มาได้ด้วยพลังแห่งพุทธคุณโดยแท้
ใครผ่านไปแถวนครชัยศรี
ลองแวะไปกราบท่านที่ริมน้ำดูเถิดครับ
แล้วจะรู้ว่าความขลังแบบโบราณที่สัมผัสได้ด้วยใจ... เป็นอย่างไร!
ลุงเคน