เล่าเรื่องป่วย ความไม่เที่ยงของสังขาร (2)

   วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลานัด 16.00 น. แต่เราไปถึง รพ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เนื่องจาก รพ.นี้หาที่จอดรถยากนิดนึงนะ ใครเคยไปก็จะรู้เลยแหละ 

   แต่เราไปถึงลานจอดรถ โอ้ว แม่เจ้า ไม่ที่ว่าง 1 ช่องพอดีเลย กราบเลย กราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เมตตาให้ลูกมีที่จอดรถโดยไม่ต้องวนหา 5555++  จะขอบคุณท่านผู้อำนวยการ รพ.ก็ไม่ได้ รอท่านสร้างตึกจอดรถเป็นเรื่องเป็นราว ผอ.ท่านใดทำได้คงเป็นมหากุศลกับผู้ใช้บริการ รพ.นี้อย่างมาก

  พยาบาลคนสวยก็ใจดี เจาะเปิดเส้นเลือดไว้ให้ รอเข้าห้อง CT Scan ไปฉีดสีต่อ ใครที่ไม่เคยฉีดสี ถ้ารู้ตัวว่ากลั้นอะไรไม่ได้เลยควรใส่แพมเพิสไปด้วยนะ เผื่อทวารมันเปิดตอนนั้นพอดี พี่พยาบาลต้องมานั่งทำความสะอาดอีก หลังจาก Scan แล้วอย่างเพิ่งกลับบ้านนะรอ 30 นาทีก่อนสังเกตุอาการว่าแพ้สารที่ฉีดหรือไม่ อาการแพ้มันเป็นยังงัยไม่รู้นะ เห็นนั่งรอ ๆ กันแล้วก็กลับกันเลย

   ทีนี้ก็รอวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ล่ะ ว่าคุณหมออ่านผล CT Scan แล้วจะวินิจฉัยอย่างไรต่อไป


เล่าเรื่องป่วย ความไม่เที่ยงของสังขาร (1)

 วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2566
ระลึกถึงคุณท่านพระราหูก็เลยจัดเตรียมของไหว้ ซื้อจาก 7-11 แหระ ของดำหาง่ายมีครบใน 7-11 ในงบประมาณไม่ถึง 80 บาท 

   เวลา 19.00 น. ตะวันตกดินแล้วก็เลยไหว้ท่านพระราหูตามศาสตร์ความเชื่อที่่คนเขาทำกัน จริงแล้วเราก็ไม่ได้เชื่อหรอกแต่ด้วยความที่เป็นชาวราศีกันย์ พระราหูเล็งลัคน์ ก็เลยต้องรับท่านซะหน่อยเผื่อจะรวยไม่เลิกตามความเชื่อนะ

   เวลาไหว้ว่าคาถาอะไร ก็ตามที่เขาพิมพ์ไว้ในอินเทอร์เน็ตนะว่าไปตามนั้นเลย


  วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2566

   เวลาประมาณ 20.30 น. เข้าที่ไหว้พระตามปกติ ปรากฎว่าเอามือลูบไปที่คอ พบว่ามีก้อนเนื้อแปลก ๆ อยู่ที่คอ ตอนนี้ตกใจมาก แต่ก็คิดว่าเราก็ศิษย์มีครูดี ก็ไม่ต้องกังวลไป

   วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 

    วันนี้มีอาการไข้นิดหน่อย แต่มีนัดกับลูกค้าต้องไปตามนัด ตกเย็นมาเลยไปคลินิกหมอสมศักดิ์ นครชัยศรี คุณหมอแนะนำให้ไปตรวจระเอียดที่ รพ.นครปฐม

   วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566

    ไปพบแพทย์ รพ.ห้วยพลู นครชัยศรี หมอสั่งเจาะเลือดตรวจไทรอยด์

   วันที่อังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566

    ไปพบแพทย์ รพ.ห้วยพลู เพื่อฟังผลเลือด ผลเลือดปกติ หมอเลยให้ไปตรวจละเอียดที่ รพ.นครปฐม

   วันที่พฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566

    ไปพบแพทย์ รพ.นครปฐม แผนกหู คอ จมูก ปรากฎว่าวันนี้มีหมอท่านเดียวและก็ติดผ่าตัดไม่สามารถมาตรวจรักษาคนไข้ที่ไม่ได้นัด พี่พยาบาลคนสวยเลยออกใบนัดให้มารับการรักษาอีกครั้งในวันที่ 22 มกราคม 2567 และกำชับว่าถ้าหายแล้วก็ไม่ต้องมาอีก คิดดูแล้วตั้งแต่วันที่ไปหาหมอจนถึงวันนัด ถ้าคนไข้ยังรอตรวจกับหมออีกไม่หายเอง ก็คงเผาไปแล้ว น่าสงสารคนไทยที่บริการทางการแพทย์ยังไม่เพียงพอกับอาการเจ็บป่วย หรืออาจจะเป็นกฎของกรรมที่เราเองทำไว้ ทำให้ยังไม่เจอหมอที่รักษาโรค

  ตอนเย็นวันนี้ก็เลยไปคลินิกหู คอ จมูก เจอคุณหมอให้ยามารับประทาน อาการวูบ ๆ  วาบ ๆ ลดลง แต่คลินิกไม่มีเครื่องมือตรวจ หมอแนะนำให้ไปตรวจละเอียดที่ รพ.นครปฐมอีก 555

  วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566

  ยังไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา นัดขอตรวจไปที่คลินิก SMC รพ.นครปฐม ได้คิวตรวจวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2566

 วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2566

  ไปพบแพทย์ตามกำหนดนัด คุณหมอตรวจแล้วสั่งให้เจาะเลือด และทำ CT Scan ให้ไปนัดทำ CT Scan มีในเวลากับนอกเวลา สอบถามเจ้าหน้าที่แล้วหากจะรอคิวในเวลาจะได้คิวประมาณเดือนเมษายน 2567 คุณแม่+++ แต่ถ้าอยากตรวจเร็วให้ใช้บริการนอกเวลามีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 2,050 บาท ก็เลยตกลงตรวจนอกเวลาไป ได้คิวนัดวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00 น.

  และได้คิวนัดหมอต่อไร้ท่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 น.


การบูชาท่านจตุคามรามเทพ

 ธูปดำ 12 ดอก 

เทียน1เล่ม 

กาแฟดำแก้วนึง 

น้ำเปล่าแก้วนึง 

ดอกไม้อะไรก็ได้เท่าที่หาได้ 


ที่มา : https://raming2555.blogspot.com/2018/06/blog-post.html

ฝัน 19.04.2566

 เช้ามืดวันที่ 19.04.2566 หลังตีหนึ่งแล้ว

ฝันว่าขับรถไปที่วัดแห่งหนึ่งน่าจะเป็นวัดท่าซุง ปรากฎว่าไปแต่งกายเป็นนักบวช แต่ไม่รู้บวชวัดไหน จะไปปฏิบัติธรรมที่วัดท่าซุง ช่วงนั้นเป็นช่วงปฏิบัติธุดงค์ของวัด แต่ไม่สามารเข้าร่วมกิจกรรมกับทางวัดได้ เนื่องจากไม่เข้าพวก จะไปในฐานะนักบวชอาคันตุกะก็ไม่ได้ จะเข้าไปในฐานะนักบวชช่วงธุดงค์ก็ไม่ได้ เลยไปลาสิกขาที่วัดประกายฟ้า จำเจ้าอาวาสวัดนี้ได้

วัดมงคลประชาราม

 เมื่อวันที่ 01.12.2565

งานฌาปนกิจศพได้นำพาผมมาสู่สถานที่อันเป็นที่พำนักแห่งความสงบ

ณ วัดมงคลประชาราม แถวคลองโยง

ความตายหรือการจากไปของสังขารนั้น

มักเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีถึงสัจธรรมความไม่เที่ยง

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มักจะนำพาเราไปพบกับเหตุการณ์

ที่เปิดประตูสู่มิติแห่งความรู้สึกที่อยู่เหนือเหตุผลทางโลก

ในวันนั้น ผมขับรถเข้าไปจอดในช่องกลางบริเวณหน้ากุฏิพระ

ซึ่งในขณะนั้นมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา

และทำกิจของสงฆ์อยู่เป็นจำนวนมาก

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความสงบและร่มรื่น

ก่อนที่ผมจะเดินลัดเลาะไปตามแนวข้างพระอุโบสถ

เพื่อหาพื้นที่สำหรับพักผ่อนจิตใจและทบทวนความรู้สึกก่อนถึงเวลาพิธี

ผมเลือกนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนด้านหน้าพระอุโบสถ

บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนเหมาะแก่การ

อ่านหนังสือเล่มโปรดที่นำติดตัวมา

ระหว่างที่กำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรอยู่นั้น

จิตก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด

คล้ายมีใครบางคนมายืนอยู่เคียงข้าง

เมื่อหันไปมองทางด้านขวามือ

ก็พบพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งยืนนิ่งอยู่

ท่านมีรูปร่างค่อนข้างท้วม ห่มจีวรสีเหลืองอร่าม

ท่านยืนอยู่นานเสียจนผมต้องเอ่ยปากถามออกไปด้วยความสุภาพว่า

"มีอะไรกับผมหรือเปล่าครับหลวงพ่อ"

ไม่มีคำตอบเป็นวาจาจากท่าน

แต่เมื่อผมหันกลับไปด้านหลัง

สายตาก็สะดุดเข้ากับศาลาหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างสงบนิ่ง

เหมือนดั่งมีแรงดึงดูดบางอย่างให้นำพาผมก้าวเท้าเดินเข้าไปหา

ภายในศาลาแห่งนั้น ผมได้พบกับความอัศจรรย์ใจ

และสัมผัสได้ถึงพลังงานของความเคารพศรัทธา

ประกอบด้วยรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธะ หลวงปู่โต

หลวงปู่อีกสององค์ และรูปลักษณ์ของพระแม่

โดยด้านหน้าศาลาจารึกนามไว้ชัดเจนว่า “วิหารหลวงปู่ดำ”

ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงัดไร้ผู้คน

ในขณะที่เวลารอบตัวดูเหมือนจะหยุดหมุน

ผมไม่ปล่อยให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ผมจึงน้อมจิตอัญเชิญบารมีแห่งพระรัตนตรัย

และเริ่มต้นสวดพระคาถาจักรพรรดิ

น้อมถวายบูชาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย

หลังจากตั้งจิตสวดมนต์จนเกิดความปีติและสงบร่มเย็น

ผมได้ทำการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเหล่าภพภูมิ

โลกวิญญาณ และเหล่าโอปปติกะทั้งหลายที่สถิตอยู่ในเขตวัดแห่งนี้

ให้ได้รับอานิสงส์และพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

การมาเยือนวัดมงคลประชารามในวันนั้น

ไม่เพียงแต่เป็นการมาร่วมส่งดวงวิญญาณในงานฌาปนกิจ

แต่ยังเป็นการเดินทางเข้ามาทบทวนจิตวิญญาณของตัวเอง

ท่ามกลางความเงียบสงบที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า

มนุษย์เราและภพภูมิอื่น ๆ นั้น

ต่างยังคงเชื่อมโยงกันด้วยความเมตตาและบุญกุศลอย่างแยกไม่ออก

บันทึกไว้อ่านเล่น