วัดมงคลประชาราม

 เมื่อวันที่ 01.12.2565

งานฌาปนกิจศพได้นำพาผมมาสู่สถานที่อันเป็นที่พำนักแห่งความสงบ

ณ วัดมงคลประชาราม แถวคลองโยง

ความตายหรือการจากไปของสังขารนั้น

มักเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีถึงสัจธรรมความไม่เที่ยง

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มักจะนำพาเราไปพบกับเหตุการณ์

ที่เปิดประตูสู่มิติแห่งความรู้สึกที่อยู่เหนือเหตุผลทางโลก

ในวันนั้น ผมขับรถเข้าไปจอดในช่องกลางบริเวณหน้ากุฏิพระ

ซึ่งในขณะนั้นมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา

และทำกิจของสงฆ์อยู่เป็นจำนวนมาก

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความสงบและร่มรื่น

ก่อนที่ผมจะเดินลัดเลาะไปตามแนวข้างพระอุโบสถ

เพื่อหาพื้นที่สำหรับพักผ่อนจิตใจและทบทวนความรู้สึกก่อนถึงเวลาพิธี

ผมเลือกนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนด้านหน้าพระอุโบสถ

บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนเหมาะแก่การ

อ่านหนังสือเล่มโปรดที่นำติดตัวมา

ระหว่างที่กำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรอยู่นั้น

จิตก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด

คล้ายมีใครบางคนมายืนอยู่เคียงข้าง

เมื่อหันไปมองทางด้านขวามือ

ก็พบพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งยืนนิ่งอยู่

ท่านมีรูปร่างค่อนข้างท้วม ห่มจีวรสีเหลืองอร่าม

ท่านยืนอยู่นานเสียจนผมต้องเอ่ยปากถามออกไปด้วยความสุภาพว่า

"มีอะไรกับผมหรือเปล่าครับหลวงพ่อ"

ไม่มีคำตอบเป็นวาจาจากท่าน

แต่เมื่อผมหันกลับไปด้านหลัง

สายตาก็สะดุดเข้ากับศาลาหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างสงบนิ่ง

เหมือนดั่งมีแรงดึงดูดบางอย่างให้นำพาผมก้าวเท้าเดินเข้าไปหา

ภายในศาลาแห่งนั้น ผมได้พบกับความอัศจรรย์ใจ

และสัมผัสได้ถึงพลังงานของความเคารพศรัทธา

ประกอบด้วยรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธะ หลวงปู่โต

หลวงปู่อีกสององค์ และรูปลักษณ์ของพระแม่

โดยด้านหน้าศาลาจารึกนามไว้ชัดเจนว่า “วิหารหลวงปู่ดำ”

ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงัดไร้ผู้คน

ในขณะที่เวลารอบตัวดูเหมือนจะหยุดหมุน

ผมไม่ปล่อยให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ผมจึงน้อมจิตอัญเชิญบารมีแห่งพระรัตนตรัย

และเริ่มต้นสวดพระคาถาจักรพรรดิ

น้อมถวายบูชาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย

หลังจากตั้งจิตสวดมนต์จนเกิดความปีติและสงบร่มเย็น

ผมได้ทำการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเหล่าภพภูมิ

โลกวิญญาณ และเหล่าโอปปติกะทั้งหลายที่สถิตอยู่ในเขตวัดแห่งนี้

ให้ได้รับอานิสงส์และพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

การมาเยือนวัดมงคลประชารามในวันนั้น

ไม่เพียงแต่เป็นการมาร่วมส่งดวงวิญญาณในงานฌาปนกิจ

แต่ยังเป็นการเดินทางเข้ามาทบทวนจิตวิญญาณของตัวเอง

ท่ามกลางความเงียบสงบที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า

มนุษย์เราและภพภูมิอื่น ๆ นั้น

ต่างยังคงเชื่อมโยงกันด้วยความเมตตาและบุญกุศลอย่างแยกไม่ออก

บันทึกไว้อ่านเล่น



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น