บรรยากาศที่วัดบ่ายนี้ช่างเข้าที
ฟ้าครึ้มตั้งเค้ามาทั้งวัน
ลมพัดยอดไม้ ไหวระเนนหอบเอาไอฝนจาง ๆ
โชยมาพอให้เย็นผิว
เณรเคนก้าวเท้าเดินจงกรมกลับไปกลับมาอยู่บนทางดินข้างกุฏิ
ในมือถือเครื่องเล่นเทปพกพาเครื่องเล็ก
สายหูฟังระโยงระยาง
ฟังเสียงแสดงธรรมด้วยความเมตตาของ
หลวงพ่อสมปอง สุธรรมสันตจิตโต (ท่านจิตโต)
ที่ดังก้องอยู่ในหู
ท่านจิตโตกำลังขยายความถึงวิถีของพระโยคาวจร
ผู้พากเพียรในธรรม ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่ปักลึกในใจ
"การปฏิบัติมันไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกเธอ...
ละชั่ว ทำดี หมั่นสร้างกุศล ทำจิตให้ผ่องใส
ค่อย ๆ ทำไปด้วยจิตสบาย ๆ
ไม่ต้องไปเคร่งเครียดเร่งรัดอะไรกับมันนัก"
เสียงในเทปอธิบายต่อถึงความต่างระหว่าง
การทำบุญกับการสร้างกุศลว่า
บุญกิริยาวัตถุ 10 นั้นดีงาม
ควรตั้งใจมั่นไปว่าจะไม่ทำชั่วทั้งปวง
แต่อย่าหยุดแค่นั้น ต้องสร้าง "กุศล"
ซึ่งก็คือความดีที่บวกด้วยปัญญา
ความฉลาดรู้เท่าทันเหตุผล
มุ่งตัดรากเหง้าของโลภ โกรธ หลง
เพื่อพัฒนาจิตให้หลุดพ้นจากนิวรณ์เครื่องเศร้าหมอง
พอได้ยินคำว่า “ทำไปด้วยจิตสบาย ๆ ไม่ต้องเร่งรัด”
ใจของเณรเคนระเบิดออกเป็นความปีติจนขนลุกซู่
น้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความโล่งอก
เพราะที่ผ่านมาเวลาหันมองศีลพรต
และการปฏิบัติของตัวเอง
มันเหมือนคนว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทร
มองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นฝั่ง
มองกลับหลังก็ไม่เจอชายหาด
ไม่รู้เลยว่าความสำเร็จ
หรือความสิ้นสุดของทุกข์มันอยู่ตรงไหน
พอได้ฟังหลักคิดที่ให้วางใจสบาย ๆ
ปล่อยวางความอยากสำเร็จลง
จิตใจที่เคยแห้งผากก็ชุ่มชื่นขึ้นมาทันตา
เณรเคนหยุดเดินจงกรม
พิงหลังเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่
ทอดสายตามองฟ้ารอฝน
พลางนึกเปรียบเทียบกับกระแสโลกภายนอกในปัจจุบัน
เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมไปหมด
แม้กระทั่งทางธรรม บางสำนักถึงขั้นเปิด
"โรงเรียนพระโสดาบัน"
มีการตั้งโต๊ะสอบอารมณ์จิต
ตรวจจบแล้วเจ้าสำนักก็เซ็นอนุมัติ
ให้เป็นพระอริยบุคคลชั้นโน้นชั้นนี้
แจกใบปริญญาทางวิญญาณกัน
ราวกับจบหลักสูตรวิชาชีพ
โดยอ้างชื่อครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่
มาการันตีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เณรเคนแอบยิ้มกริ่มในใจว่า...
“โถ... โลกเราหนอ
ขนาดเข้าโรงเรียนทางโลกยังต้องสอบมิดเทอม
ไฟนอล กว่าจะได้ปริญญาบัตรมาตกงาน
แต่นี่โผล่มาเรียนหลักสูตรเร่งรัด
สอบจิตผ่านปุ๊บ
ได้เลื่อนขั้นเป็นพระโสดาบันปั๊บ
มีใบเสร็จรับเงิน เอ๊ย...
ใบอนุมัติความดีงามให้เสร็จสรรพ
ช่างเป็นพระอริยะยุคดิจิทัลที่สะดวกซื้อดีแท้”
แต่พอหันกลับมาดูหยาดฝนแรก
ที่เริ่มตกลงกระทบใบไม้
เณรเคนก็ตระหนักได้ว่า
ของจริงมันอยู่ในใจเรานี่เอง
ไม่ต้องมีใครมาเซ็นรับรองให้เสียเวลา
ดั่งที่ท่านจิตโตบอกไว้
แค่ฉลาดในการดำเนินชีวิต
ตัดละสิ่งเศร้าหมองด้วยปัญญา
และประคองจิตให้ผ่องใสอย่างเป็นสุข...
เท่านี้ฝั่งที่มองไม่เห็น
ก็อาจจะอยู่ตรงใต้ฝ่าเท้าที่กำลังเดินจงกรมอยู่นี่เอง
ลุงเคน