เช้าวันอาทิตย์... วันที่กรุงเทพมหานครควรจะสงบเงียบลงบ้าง
หลังจากเหน็ดเหนื่อยตรากตรำมาถ้วนเจ็ดวัน
แต่เอาเข้าจริง มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา
ลุงเคนพาเรือนกายอันผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอประมาณ
ดั้นด้นไปแถวบ้านหม้อ
ย่านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของตะกั่วบัดกรี
และเศษอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ชิ้นส่วนกระจุกกระจิกที่คนเมืองหลวง
ใช้เยียวยาเครื่องยนต์กลไกให้มันขับเคลื่อนต่อไปได้
เมื่อได้ของครบตามประสงค์
ลุงเคนก็พาตัวเองมาหย่อนก้นลงบนเบาะรถเมล์สาย 47
จากริมคลองหลอด ละเลียดบรรยากาศมาจนถึงสนามหลวง
ก่อนจะโยกย้ายสังขารไปต่อรถเมล์สาย 64
สายนครบาลที่วิ่งระหว่างศาลายา-สนามหลวง
รถคันนี้จอดนิ่งรอผู้โดยสารอยู่ข้างสนามหลวง
ตรงข้ามหน้าศาลยุติธรรม
สถานที่ซึ่งมนุษย์แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อชำระความถูกผิด
ทว่าไม่อาจชำระความทุกข์ในใจใครได้
รถเมล์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า
เชื่องช้าเสียจนดูคล้ายมันกำลังทอดถอนใจ
ให้กับสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างวินาศสันตะโร
ยิ่งเมื่อเข้าใกล้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่โตมโหฬาร
ย่านที่ความศิวิไลซ์ตะโกนใส่หน้าผู้คนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
รถก็แทบจะหยุดนิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นผิวถนน
ทว่า...
ในความนิ่งสนิทของล้อรถ
สายตาของลุงเคนกลับทอดมองผ่านกระจกหน้าต่าง
ออกไปสะดุดเข้ากับภาพชีวิตฉากหนึ่ง
ใต้ต้นประดู่ริมทางเท้า
ชายชราในชุดพนักงานเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร
สีเขียวสะท้อนแสงที่ดูหม่นหมองด้วยคราบฝุ่นไคล
กำลังนั่งพักผ่อนเพื่อคลายความเมื่อยล้า
แกนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิต
สายตาของแกเหม่อมองออกไปยังคลื่นมนุษย์
ที่เดินสวนกันขวักไขว่ไปมาบนทางเท้า
จอแจ รวดเร็ว และไร้จุดหมายร่วมกัน
ในห้วงคำนึงของชายชราผู้นั้น
ยากที่ใครจะคาดเดา...
แกอาจกำลังคิดถึงข้าวสวยร้อน ๆ
น้ำพริกถ้วยเก่า
หรืออาจกำลังไม่ได้คิดถึงสิ่งใดเลย
นอกจากความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับความเหนื่อยล้า
แต่ในห้วงคำนึงของลุงเคนผู้เฝ้ามอง
ฉากชีวิตตรงหน้ามันช่างเป็นนาฏกรรมที่ย้อนแย้งยิ่งนัก
ตรงนั้น... ถัดไปไม่กี่ก้าว
ในตัวตึกติดแอร์อันหรูหรา
บรรดาหนุ่มสาวชาวกรุงกำลังดิ้นรนกระเสือกกระสน
ไขว่คว้าหา 'ความสุขสำเร็จรูป'
ที่ระบบทุนนิยมประเคนให้
พวกเขาอยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด
ที่จะตกรุ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อยากได้รถยนต์คันใหม่
ที่จะพาพวกเขาไปติดอยู่บนถนนสายเดิม
อยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ใส่ไม่กี่ครั้งก็เบื่อ
หรือแม้กระทั่งยอมสละทรัพย์
เพื่อสถานบำรุงผิวพรรณที่จะเนรมิต
ความสวยใสให้ภายในวันเดียว
ความสวยงามอันฉาบฉวยที่พร้อมจะเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา
แต่ตรงนี้...
ชายชราในชุดสีเขียวตองอ่อนกลับหยุดนิ่ง
แกหยุดการดิ้นรนกระเสือกกระสน
เพื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนเหล่านั้นแล้ว
ลุงเคนทอดถอนใจพลางคิด...
ในอดีตอันไกลโพ้น
ชายชราคนนี้ก็คงจะเคยเป็นหนุ่มกระทงที่เคยดิ้นรน
เคยเหงื่อโทรมกายเพื่อไขว่คว้าหาความฝัน
เหมือนหนุ่มสาวพวกนั้นแน่ ๆ
ทว่าบัดนี้
วันเวลาชราภาพได้ให้บทเรียนราคาแพงแก่แกว่า
สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
มันก็เหมือนควันไฟ... ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย
โอ้หนอ... มนุษย์เมืองหลวง
กว่าเราจะตระหนักรู้และหยุดดิ้นรน เ
เพื่อสิ่งที่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรเหลือเลยนั้น...
เราก็ต้องยอมเหนื่อยล้าจนสายตัวแทบขาด
และเรี่ยวแรงเร่าร้อนในวัยหนุ่มสาว
ก็มลายหายไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว.
รถเมล์สาย 64 กระตุกตัวอีกครั้ง
เครื่องยนต์ครางกระหึ่มพลางเคลื่อนจากไป
ภาพชายชราใต้ต้นประดู่ค่อย ๆ
เลื่อนหายไปจากสายตา
เหลือทิ้งไว้เพียงคำถามตัวโต ๆ ในใจของลุงเคน...
ว่าเรากำลังดิ้นรนไปเพื่ออะไรกันแน่
ในเมืองหลวงที่สับสนอลหม่านแห่งนี้
ลุงเคน